เจคอบ วัย 2.5 ขวบ ไปเมืองไทยคราวนี้ได้อะไรกลับมาบ้าง

 

บ้านเรากลับจากไทยได้หนึ่งอาทิตย์พอดีเลย ตอนนี้เจคอบปรับตัวได้เเล้ว ชีวิตประจำวันก็กลับมาเป็นปกติ กิน นอน เล่น และจะเริ่มเรียนเวลาเดิมๆที่เราเคยทำกันก่อนกลับเมืองไทย

เรากลับไทยกันสามอาทิตย์ ซึ่งเเม่คิดว่าเป็นระยะเวลาที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป เจคอบตื่นเต้นมากเพราะจะได้ไปสนามบิน และขึ้นเครื่องบินใหญ่ ก่อนเดินทาง แม่ได้เตรียมของทุกอย่างให้พร้อมเพื่อรับมือกับเด็กวัย Terrible Two อย่างเจคอบ นอกจากนั้นก็เตรียมใจด้วย เพราะแม่คงทำอะไรได้ไม่มากถ้าเจคอบจะเกิดอาการองค์ลงกลางอากาศ

การเดินทางกลับไทยควาวนี้ใช้เวลาทั้งหมด เกือบ 24 ชั่วโมง ขึ้นเครื่ิิองบินสามลำ เจคอบทำได้ดีมากๆ หลับบ้าง ตื่นมาเล่นบ้าง มีงอแงนิดหน่อย แต่พอได้ของเล่นเซอร์ไพร์ที่แม่เตรียมไว้ให้ก็แฮปปี้ขึ้นมาทันที ถึงเมืองไทยแบบสบายๆ ถือว่าเป็นการเดินทางกับเด็กเล็กที่ราบรื่นมากๆ อ้อ แถมกลับเมืองไทยคราวนี้ เราไม่เอารถเข็นไป เพราะคิดว่าถนนที่ไทยไม่เหมาะกับรถเข็นเท่าไหร่ เราใช้เป้อุ้มแทน สะดวกไปอีกแบบ แต่ไม่สนุกเลยเวลาเดินห้าง เพราะเจคอบวิ่งแนบๆ ตามจับแทบไม่ทัน

 

ขากลับนี่ ออกลางไม่ดีเท่าไหร่ เพราะเครื่องออกตีหนึ่ง เราออกจากโรงแรมกันหัวค่ำ พอไปุถึง พนักงานบอกยังเชคอินไม่ได้ ต้องรอให้ถึงสี่ทุ่มก่อน อึ่งเลยสิ จะทำอะไรดี เจคอบก็นะ ลิงมากกก วิ่งๆๆๆ จะดูโน่นนี่ รถเข็นก็ไม่มี ต้องรอเชคอินตั้งสี่ชั่วโมง ไปเล๊าจ์ก็ไม่ได้ สุดท้ายแม่ก็ต้องไปเจคอบไปเล่นบันไดเลื่อน เดินขึ้นลงกันสามชั่วโมง เดินจนเจคอบเหนื่อย ขอให้อุ้มขึ้นบันได้เลื่อนแทน อิอิ นอกจากนั้นแล้ว ทริปกลับบ้านเราก็ราบรื่นเหมือนเคย เจคอบหลับเกือบตลอดการเดินทางเกือบ 24 ชั่วโมง นั่งที่ตัวเองตลอดเวลาเครื่องขึ้นลง และตกหลุมอากาศ ถึงบ้านแล้วก็อยากกลับไปสนามบินอีก ถามแม่กับแด๊ดทุกวันว่าเมื่อไหร่จะพาไปขึ้นเครื่องบินใหญ่อีก

 

พอกลับถึงบ้านก็ต้องปรับตัวกันเล็กน้อย เพราะตอนที่อยู่ที่เมืองไทย เราปล่อยทุกอย่างแบบสบายๆ ไม่มีตารางอะไรเลย แต่ก็พยายามให้เจคอบได้นอนกลางวันทุกวัน เพราะเจคอบเป็นเด็กที่อดนอนไม่ได้ ถ้าอดเมื่อไหร่ จะเกิดอาการงี่เง่าทันที  นอกจากจะต้องปรับเวลากลับมาเป็นปกติแล้ว เจคอบยังต้องปรับนิสัยและวินัยบางอย่าง ที่ตอนที่อยู่เมืองไทยพ่อกับแม่ได้ปล่อยๆเจคอบไป ไม่อะไรมาก เช่น การไม่นั่งรถเข็นในห้าง ไม่นั่งคาร์ซีท และวิ่งในร้านอาหาร…..สรุปแล้วกลับไทยครั้งนี้ได้อะไรกลับมาบ้าง…

 

ข้อดึ

ภาษาไทยของเจคอบ เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า ระยะเวลาแค่สามอาทิตย์ช่วยให้เจคอบพูดภาษาไทยได้ดีขึ้น ลูกสามารถพูดจาตอบโต้กับตาและยายได้ดี เข้าใจทุกอย่างที่ตาและยายพูด แต่บางทีแม่ยังต้องเเปลไทยเป็นไทยให้ตายายฟัง เพราะเจคอบนั้นก็แค่เด็กเล็ก แถมพูดไทยเหมือนฝรั่งอีกต่างหาก

 

การเข้ากับคน และเล่นกับเด็กด้วยกัน ตอนที่เราอยู่ที่พัทยา เจคอบอยู่กับหลายๆคน เจคอบไม่กลัวใครเลย สามารถเล่นได้ คุยได้ ไม่หงอเกาะแม่อย่างที่แม่กลัว และยังเริ่มเล่นกับเด็กๆด้วยกันได้อีกด้วย แล้วก็เริ่มจะรู้จักเล่นสนุกเมื่อพาไปเล่นสนามเด็กเล่น

 

ข้อเสีย

กลับถึงบ้านไม่ยอมนั่งคาร์ซีท อยากจะนั่งเบาะเหมือนตอนที่อยู่เมืองไทย พอจับนั่งจะทำตัวเเข็งทันที ซึ่งแม่ก็จับนั่งทั้งๆเเข็งๆนั่นแหละ นอกจากนั้นแม่ยังดัดหลังด้วยการไม่ออกรถ ถ้าไม่นั่งก็ไม่ไปไหน แม่ปิดประตูรถ เข้าไปนั่งข้างในด้วย ไม่ติดเครื่องยนต์ ไม่เปิดแอร์ เจคอบลัลลาได้สองนาที หันมาบอกแม่ว่าร้อน แล้วก็ยอมนั่งที่นั่งตัวเองแต่โดยดี แม่กับแด๊ดได้ตกลงกันว่า ถ้าไม่ยอมนั่งที่ตัวเองก็จะไม่ออกรถ และจะทำอย่างนี้ทุกครั้งจนกว่าลูกจะกลับมาสู่โหมดปกติ แต่ถ้ารีบก็คงต้องจับยัดกันนั่นแหละ

 

ไม่ยอมนั่งรถเข็นเวลาไปจ่ายกับข้าว อันนี้แม่ไม่ชอบมากๆ ยิ่งตอนที่อยู่ไทยนี่วิ่งว่อนเลย แม่ไม่ชอบเอาซะเลย แต่ขี้เกียจทะเลาะกับแด๊ดเลยหยวนๆ แต่พอกลับมาถึงบ้าน แม่ได้ตกลงกับแด๊ดแล้วว่า ถ้าไม่นั่งรถเข็นก็จะต้องกลับไปนั่งรอในรถ แด๊ดไปจ่ายกับข้าวคนเดียว เจคอบก็นั่งรอจนกว่าเเด๊ดจะซื้อของเสร็จ เจคอบร้องให้สิ เพราะนั่งรอนาน กว่าจซื้อของเสร็จเป็นครึ่งชั่วโมง แต่แม่อยากให้เจคอบเข้าใจผลกระทบของการไม่นั่งรถ เจคอบก็ร้องบอก ยอมนั่งรถแล้วๆๆๆ แต่มาบอกเอาตอนเเด๊ดเข้าร้านไปแล้ว too late ก็ต้องรอกันต่อไป….ทำมาสามสี่คร้ังแล้ว และจำทำจนลูกเข้าใจว่า ไปซื้อกับข้าว ต้องนั่งรถเข็น

 

วิ่งพล่าน งอแง เวลาเข้าร้านอาหาร ที่เมืองไทยมีคนช่วยดูเยอะ ตายายพาไปดูโน่นนี่นั่น ได้เดินดูไปทั่ว แต่จะมาทำแบบนี้ไม่ได้ที่แคนาดา แม่กับเเด๊ดก็คุยกันไว้ว่า ถ้าออกอาการลิง จะ take home อาหารที่สั่ง แล้วก็กลับบ้านทันที

 

ตอนที่อยู่เมืองไทย เจคอบนี่มีองค์ลงบ่อยมาก แต่พอกลับถึงบ้าน แม่เหมือนได้ลูกชายคนเดิมกลับมาอีกครั้ง ลูกชายคนดี คนน่ารัก คุยกันรู้เรื่องที่หลายไปสองสามเดือน ได้กลับบ้านมาหาแม่แล้ว……ช่วงนี้ลูกน่ารักมากๆ เล่นเป็น คุยเป็น เข้าใจเงื่อนไข ถึงแม้จะไม่ 100% แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่แม่พอรับมือไหว…….

 

ตอนนี้เข้าสู่โหมดปกติ เริ่มบทเรียนต่างๆกันวันนี้แล้ว หายไปเกือบเดือนแต่พอเปิดบทเรียนให้ดูก็ยังยอมดูอยู่ ยิ่งได้ดูทางจอใหญ่ๆ ยิ่งง่ายเข้าไปอีก ไม่ต้องเสียขนมล่อมากๆเหมือนแต่ก่อน

 

รักลูกจ้ะ

แม่

เขียนที่เมือง Brampton, ON. Jakob is 2.5 years old.

เกี่ยวกับ ellehajos

เป็นแม่คนหนึ่งที่เชื่อใน early learning ไม่ได้หวังว่าจะสร้างเด็กอัจริยะหรืออะไร จุดมุ่งหมายในการสร้างบล็อกนี้ขึ้นมาคือ.....เพื่อบันทึกเรื่องราวต่างๆของเราและลูก อยากช่วยให้ลูกทำทุกอย่างได้เต็มความสามารถ อยากช่วยให้เค้าค้นพบจุดด้วยและจุดแข็งของตัวเอง อยากช่วยให้เค้าเป้นคนที่มีความสุข และค้นพบความต้องการของตัวเองได้และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
ข้อความนี้ถูกเขียนใน Letters to Jakob คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s