FAQ’S คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็กสอง (สาม สี่ ห้า….)ภาษา

ออกตัวก่อนนะคะ จขบไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเลี้ยงเด็ก แต่เป็นแม่คนหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาและความสมารถของเด็กก่อนวัยเรียน และมุ่งมั่นว่าลูกจะต้องโตมาแล้วพูดได้มากกว่าหนึ่งภาษา เป็นคนชอบอ่าน ชอบค้นข้อมูล และชอบอ่านวีวิว ชอบอ่านบล๊อกของพ่อแม่คนอื่นๆว่าเขาเลี้ยงลูกกันอย่างไร แล้วนำหลักการ และเทคนิคต่างๆมาปรับให้เข้ากับลูกชาย

ตั้งแต่ก่อนเจคอบเกิด จะหาข้อมูลเรื่องเด็กสองภาษา ซื้อหนังสือมาอ่านบ้าง ค้นจากกูเกิ้ลบ้าง พอสงสัยอะไรจะค้นหาข้อมูลเพื่อหาคำตอบทันที วันนี้รวบรวมเอาคำถามที่ถามบ่อยพร้อมคำตอบมาแปะไว้ที่เวบนี้ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆบ้างนะคะ ที่มาก็มาจากเวบ raisingmultilingual.org ค่ะ

อยากเลี้ยงลูกแนวสองภาษา ต้องเริ่มต้นอย่างไรคะ

จริงๆแล้ว เริ่มต้นไม่ยากค่ะ แค่เริ่มพูดกับลูกในภาษาที่เราอยากให้ลูกพูดได้เท่านั้นเอง ยิ่งเราใช้เวลากับลูก พูดคุย เล่นกับเค้าเป็นภาษาอังฤษมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งได้ผลดีเท่านั้น ท้ายที่สุดแล้ว เด็กหลายภาษาก็เรียนรู้แบบเดียวกันกับเด็กภาษาเดียวค่ะ เพียงแต่เค้าสมองเค้ารับข้อมูลมากกว่าหนึ่งภาษาเท่านั้นเอง นี่คือ 10 ขั้นตอนง่ายๆก่อนเริ่มเลี้ยงลูกในแนวทางสองภาษาค่ะ

1 พูดคุยตกลงกันกับคนในครอบครัวให้เรียบร้อยว่าเราจะเลี้ยงลูกในแนวทางนี้ การได้รับกำลังใจสนุบสนุนจากคนรอบข้าง ช่วยให้เราประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้นค่ะ

2 รู้ว่าเลี้ยงลูกแบบนี้จะเจอกับปัญหาอะไรบ้าง เมื่อไหร่ และจะแก้อย่างไร บางครอบครัวที่พ่อแม่พูดภาษาที่สองได้ เริ่มได้ง่ายกว่าครอบครัวที่พ่อแม่มีความรู้เรื่องภาษาที่สองแบบจำกัด เราต้องประเมิณตัวเอง และวางเเผนว่าจะแก้ใขปัญหาตรงนั้นอย่างไร และหาข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการด้านภาษาของเด็กในแต่ละวัยไว้ด้วย เพราะจะช่วยให้เรารู้ว่าลูกเราไปช้า ไปเร็ว หรือมีปัญหาอะไรที่เราต้องหาทางแก้หรือเปล่า ตัวแอ๋วเองพูดภาษาฝรั่งเศษไม่ได้ แต่ต้องการให้ลูกพูดฝรั่งเศษได้ ตอนนี้ก็ปูพื้นภาษาให้ลูกและตัวเองด้วยการหาสื่อและดีวีดีภาษาฝรั่งเศษมาดูด้วยกัน เรียนพร้อมกันกับลูก วางเเผนจะส่งลูกเข้าโรงเรียนสองภาษา และตอนลูกเข้าปอหนึ่ง จะไปเข้าครอสเรียนภาษาฝรั่งเศษ จากนั้นจะเริ่ม one day, one language กับลูกค่ะ

3 ตัดสินใจให้แน่ว่าจะเอากี่ภาษาดี สอง หรือ สาม หรือ สี่ ก็เลือกเอาสักอย่างค่ะ

4 เลือกวิธีที่ใช้สอนว่าจะเอาแบบไหน เช่น OPAL – One Parent One Language, Minority Language at Home – ML@H, หรือ One Day One Language – ODOL

5 อย่ารีรอ….เริ่มวันนี้เลย

6 บอกคนรอบข้างว่า จะเลี้ยงลูกแบบสองภาษานะ ถ้ามีคนค้านก็ อือๆ ออๆ ขอบคุณที่แนะนำ เดี๋ยวจะลองเอาไปคิดดูนะคะ…อะไรประมาณนั้น คนหวังดีจะได้ไม่เสียน้ำใจ แต่เรายังคงมุ่งมั่นสอนลูกแบบที่เราอยากทำต่อไป เดี๋ยวกระทู้หน้าจะเอาเรื่องเล่า นิทานยอดฮิตเรื่องเด็กสองภาษามาลงให้อ่านกันค่ะ

7 หาพ่อแม่คนอื่นๆที่เลี้ยงลูกในแนวเดียวกัน เช่นพ่อแม่ในเวบนี้ไงคะ เวลาเราท้อเหนื่อย และได้คุยกับคนคอเดียวกัน จะทำให้เราฮึดและมีกำลังใจค่ะ

8 หาอุปกรณ์และสื่อการสอนต่างๆ เช่น ดีวีดี รายการทีวี ของเล่น หนังสือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือเวบไซด์ต่างๆที่เราสามารถเอามาใช้กับลูกเราได้

9 ตั้งเป้าหมาย แต่ต้องเอาแบบยืดหยุ่นได้นะ ไม่เเบบเป๊ะๆเกินไป เพราะกว่าลูกจะพูดได้ในแบบที่เราต้องการ เราอาจจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการ และเป้าหมายอยู่หลายครั้ง เพื่อให่เหมาะกับปัญหา และลูกของเรา ณ เวลา นั้นๆ

10 อดทน และ ทำต่อไปเรื่อยๆ………….

อยากเลี้ยงลูกแบบสองภาษา ใช้วิธีไหนดีที่สุดคะ

แนวทางการเลี้ยงเด็กสองภาษามีหลายวิธีคืะ แต่ไม่ว่าเราจะเลือกวิธีไหรก็ตาม ก็ไม่สำคัญเท่ากับความเสมอต้นเสมอปลาย ยิ่งเราทำทุกอย่างแบบสม่ำเสมอเท่าไหร่ ลูกเราก็จะยิ่งเรียนภาษาที่สองได้ง่ายขึ้น วิธีที่นิยมใช้ก็มีดังนี้ค่ะ

OPOL – One Parent One Language

ML@ Home – Minority Language at Home

OPOL Plus เช่น พ่อพูดอังกฤษ แม่พูดไทย อาม่าพูดจีน

แต่ถ้าเราเลี้ยงลูกแบบสองภาษา ลูกจะสับสนหรือเปล่าคะ

นี่เป็นความเข้าใจผิด และเป็นแนวคิดที่โบราณมากค่ะ เด็กๆไม่สับสนค่ะ เพราะเด็กไม่ได้เรียนภาษาแต่เด็กซึมซับภาษาจากสิ่งเเวดล้อม ยังมีแนวคิดและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกเยอะ เดี๋ยววันหลังจะมารวบรวมลงกระทู้ให้ค่ะ นอกจากนั้น งานวิจัยหลายๆชิ้น ได้ผลสรุปว่า เด็กสองสามสี่ภาษา เรียนเก่งกว่าเด็กภาษาเดียว เพราะสมองได้รับการพัฒนาและ "ออกกำลัง" มากกว่าเด็กภาษาเดียว

แล้วผลดีของการเลี้ยงลูกแนวนี้มีอะไรบ้าง

นอกจากจะพูดได้มากกว่าหนึ่งภาษาแล้ว ยังช่วยเสริมความมั่นใจให้ลูกเรา เพิ่มโอากาศในการทำงาน เที่ยว เรียน และทำงานต่างประเทศ และอย่างที่บอก งานวิจัยหลายๆอันก็ยืนยันว่า เด็กสองภาษามีความคิด การวิเคราะห์ และทักษะทางด้านการเข้าสังคม การอ่าน เขียนดีกว่าเด็กภาษาเดียว

ควรจะเริ่มตอนไหนดีคะ
ตอนนี้เลยค่ะ วันนี้ เวลานี้เลยค่ะ ยิ่งเริ่มไว ยิ่งเห็นผลไว ยิ่งเริ่มตอนที่ลูกยังอยู่ในท้องก็ยิ่งดีค่ะ เด็กยิ่งโตยิ่งโตยิ่งสอนยากค่พ ไม่เชิงว่าทำไม่ได้ แต่ก็ยากกว่าเด็กอ่อนล่ะค่ะ
ลูกพูดภาษาไทยได้แล้ว ถ้ามาเริ่มสองภาษาตอนนี้จะสายเกินไปไหมคะ

ไม่สายค่ะ ไม่มีคำว่าสายเกินไป เด็ก ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม เป็นฟองน้ำซึมซับภาษาชั้นเลิศค่ะ แต่พ่อแม่ต้องฮึด ส่วนเด็กนี้ต้องหาแรงจูงใจมาเร้าค่ะ วิธีที่มีคนทำแล้วได้ผลก็ประมาณนี่ค่ะ
ตกลงพูดคุยกับลูกให้เข้าใจ บอกลูกว่าเราจะเริ่มสองภาษาเพราะอะไร และบอกผลดีของการพูดได้มากกว่าภาษาเดียวให้ลูกรู้ด้วย
เริ่มพูดภาษาอังกฤษกับลูก ถ้าลูกตอบกลับมาเป็นภาษาไทยก็ Yes แล้วก็แปลคำพูดลูกเป็นภาษาอังกฤษ แล้วให้ลูกพูดตาม

แอ๋วทำประจำกับเจคอบค่ะ ถ้าหลุดภาษาอังกฤษมา แอ๋วจะพูดภาษาไทย แล้วให้เจคอบพูดกลับมาใหม่เป็นภาษาไทยค่ะ

ถ้าลูกพูดแล้วมีตะกุกตะกัดคิดคำไม่ออก เราก็ช่วยด้วยการเริ่มพยางค์แรกให้แล้วให้เค้าพูดต่อเอง
ระวังอย่าไปทำลายความตื่นเต้นของลูก เช่นถ้าลูกขอกินนม เราก็บอกให้ลูกพูดเป็นภาษาอังกฤษได้ แต่ถ้าลูกตื่นเต้นอยากเล่าเรื่องไปเที่ยวสวนสัตว์มา ก็ปล่อยให้แกเล่าเป็นภาษาไทยไป เราก็รับฟัง แล้วพูดกลับเป็นภาษาอังกฤษ แปลให้ ลูกก็จะได้เรียนศัพย์ใหม่ไปในตัวด้วย

ต้อง ชม ชม ชม ชมเยอะๆ ลูกจะได้มีกำลังใจ อย่าไปดุ ไปแก้ ไปติ เดี๋ยวจะเสียกำลังใจ รอให้เกินสามขวบไปก่อน ถ้าพูดผิดก็ทำเป็นเรื่องตลกไป แก้คำให้แต่ทำแบบสนุกสนานหัวเราะกันไป

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าเราจะไม่อยากไปว่าอะไรมาก แต่บางทีมันก็จำเป็น เด็กที่เกินสามขวบไปแล้วนี่ สามารถใช้วิธีนี้ได้คือ เช่นอยากดูการ์ตูน เราก็ดูได้ แต่ต้องดูภาคภาษาอังกฤษเท่านั้น อยากกินขนม กินได้ แต่ต้องขอแม่เป็นภาษาอังกฤษถึงจะให้กิน…อะไรประมาณนั้นค่ะ

ลูกสองขวบแล้ว ยังไม่พูดเลย ผิดปกติไหมคะ

ปกติค่ะ ขนาดเด็กภาษาเดียวหลายๆคน สองขวบแล้วยังไม่พูดก็มี ลองไปค้นกระทู้เก่าชานเรือนสิคะ มีพ่อแม่ภาษาเดียวมาตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้กันตรึมค่ะ

จะรู้ได้อย่างไรคะว่าพัฒนาการด้านการพูดของลูกเป็นไปตามวัยหรือเปล่า

พัฒนาการทางด้านการพูดนั้นไม่เหมือนกับพัฒนาการด้านร่างกายและกล้ามเนื้อมัดต่างๆ เพราะพัฒนาการด้านนี้ออกแนวสังเกตุแวะวัดยาก ไม่ว่าเด็กจะได้รับการเลี้ยงดูในสิ่งแวดล้อมแบบภาษาเดียวหรือหลายภาษา นอกจากนี้ เด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน การจะเอาลูกเราไปเทียบกับลูกคนอื่นนั้น มันทำไม่ได้ค่ะ แต่หลักๆแล้วพัฒนาการด้านภาษาของเด็กโดยทั่วไปจะเป็นประมาณนี้ค่ะ

0-12 เดือน ปีแรกของชีวิต ยังพูดไม่ได้ แต่ทำเสียงต่าง อ้อแอ้เป็น ถ้ามองดูแล้วเด็กไม่ว่าจะภาษาเดียวหรือหลายภาษา พัฒนาการในช่วงนี้จะเหมือนๆกัน

12-24 ช่วงปีที่สอง เริ่มพูดเป็นคำ และเริ่มโยงคำกับวัตถุสิ่งของ เด็กภาษาเดียวก็เริ่มตรงจุดนี้เหมือนกัน แต่อย่างที่บอก เด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน คำๆแรกของลูกเราอาจจะเป็นคำว่า กล้วย a banana, une banane คำเดียวกัน แต่มาในแบบฉบับเด็กหลายภาษา

24-36 ลูกเราเริ่มแยกแยะไวยากรณ์ คำศัพย์เพิ่มมากขึ้น เริ่มพูดเป็นประโยค ช่วงแรกๆอาจจะพูดได้น้อยกว่าเด็กภาษาเดียว แต่พอช่วงปลายก็จะตามกันทัน…อันนี้เห็นจริงๆกับเจคอบ พูดไม่รู้เรื่องมาจนสองขวบกว่า พอใกล้สามขวบ ภาษาไทยกระฉูดมาก สามารถสวิตซ์ภาษาได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งนี่เป็นลักษณะทางธรรมชาติของเด็กสองภาษาร้อยเปอร์เซ็นต์

ทำไมเด็กถึงเรียนภาษาได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่

เพราะสมองเด็กในช่วงปีแรกของชีวิต เป็นช่วงที่เหมาะกับการซึมซับภาษาเป็นที่สุด

ลูกไม่ยอมพูดภาษาที่สอง ทำอย่างไรดีคะ

ถ้าจะเอากันจริงๆ ที่เด็กไม่ยอมพูดเพราะมองไม่เห็นความจำเป็นว่า ภาษาที่สองเป็นสิ่งจำเป็นและคำคัญ แต่ถ้าเราตั้งใจจริง มีวินัย และสม่ำเสมอ และสรรหาสื่อเสริมภาษาที่สองมาให้ลูกได้ดูอยู่เสมอ ลูกก็จะเริ่มเข้าใจว่าภาษานี้เป็นสิ่งจำเป็น

ต้องทำงานเต็มเวลา ไม่มีเวลาอยู่กับลูก จะทำอย่างไรดีคะ

พ่อแม่หลายๆคนคงกังวลเรื่องนี้ แต่เราไม่เน้นปริมาณค่ะ เราเน้นคุณภาพ ใช้เวลาที่เรามีอยู่ให้ลูกให้เต็มที่

ส่งลูกเข้าเรียนโรงเรียนสองภาษาดีไหมคะ

ดีมากๆค่ะ ถ้ามีกำลังพอส่งได้ก็ส่งเลยค่ะ เจคอบเองก็จะเข้าโรงเรียนสองภาษาของรัฐ ที่บ้านมีกำลังส่งเอกชน แต่เราเลือกสองภาษาแทนเพราะเล็งเห็นความสำคัญของภาษาฝรั่งเศษ ถ้าไปเข้าเอกชนก็ได้ภาษาอังกฤษภาษาเดียว ขาดทุนค่ะ โรงเรียนสองภาษาหรือนานาชาติจะช่วยเสริมทักษะทางด้านภาษาที่สองให้ลูกเราได้แน่นอน

นอกจากพูดกับลูกแล้ว เราจะทำกิจกรรมอื่นอะไรดีคะ

ร้องเพลง เล่านิทาน อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือทำอะไรก็ได้ที่สนุกค่ะ

พูดภาษาอังกฤษไม่เก่งเลยค่ะ ทำอย่างไรดีคะ

ไม่เห็นต้องกังวลเลยค่ะ เราก็เรียนไปพร้อมลูกไงคะ กว่าลูกเราจะโต แบบคุยกันแบบสนทนาอะไรแบบนี้ได้ ภาษาเราก็พัฒนาไปไกลแล้วค่ะ พอถึงตอนนั้นก็คุยกันรู้เรื่องแล้ว ไม่ต้องกังวลเรื่องแกรมม่า หรือคิดคำไม่ออก เพราะสิ่งที่เราทำอยู่คือการให้ของขวัญที่เรียกว่าพื้นฐานทางด้านภาษากับลูกเรา เป็นของขวัญที่ประเมินค่าไม่ได้ พอเด็กโตขึ้นเด็ก เรื่องสำเนียงและโครงสร้างไวย์กร์สามารถกล่อมเกลาได้ถ้ามีครูดี โรงเรียนดี

อยากรู้จังว่า ความผิดพลาดอันดับหนึ่งที่พ่อแม่สองภาษาได้ทำลงไป มีอะไรกันบ้างค่ะ

มันคือความท้อถอยค่ะ จริงๆนะ พ่อแม่บางคนคิดว่า ที่เค้าไม่ประสบความสำเร็จเพราะลูกเข้าใจภาษาที่สองแต่ไม่ยอมพูด จริงๆแล้วความเข้าใจภาษาที่สองนั้นได้รับการมองข้ามไปมาก คนมัวแต่เพ่งเล็งไปที่การพูดอย่างเดียว เพราะจริงๆแล้วถ้าเด็กเข้าใจภาษานั้นๆ พอต่อๆไปมีโอากาศได้เรียนเพิ่ม หรือได้ใช้มากขึ้น เด็กก็จะพูดภาษานั้นๆได้เอง

ขอจบ ณ ที่นี้ค่ะ เริ่มตาลายค่ะ ไม่เคยพิมพ์อะไรยาวขนาดนี้มาก่อน เวียนหัว ต้องถอนด้วยนิยายสักเล่ม

บายค่า

แอ๋ว

เกี่ยวกับ ellehajos

เป็นแม่คนหนึ่งที่เชื่อใน early learning ไม่ได้หวังว่าจะสร้างเด็กอัจริยะหรืออะไร จุดมุ่งหมายในการสร้างบล็อกนี้ขึ้นมาคือ.....เพื่อบันทึกเรื่องราวต่างๆของเราและลูก อยากช่วยให้ลูกทำทุกอย่างได้เต็มความสามารถ อยากช่วยให้เค้าค้นพบจุดด้วยและจุดแข็งของตัวเอง อยากช่วยให้เค้าเป้นคนที่มีความสุข และค้นพบความต้องการของตัวเองได้และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
เรื่องนี้ถูกเขียนใน เจคอบ...แบ่งปันข้อมูล และติดป้ายกำกับ , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s