พ่อดอกกล้วยไม้ – เจคอบ วัยสามขวบครึ่ง

ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา เจคอบไม่สบายติดต่อกันหลายวัน ตัวร้อน เป็นไข้ และเรียกร้องความสนใจเป็นพิเศษ จะว่าไปแล้ว ช่วงหลังๆมานี้ ลูกไม่อยากเล่นคนเดียว จะทำอะไรก็แล้วแต่ จะต้องพ่วงแม่เข้าไปด้วยทุกที ช่วงไหนอากาศดี ก็พากันตะลอนไปตามสวนสาธารณะต่างๆ พาไปโยนหินลงลำธารบ้าง เดินลอดสะพานทางด่วนบ้าง ตอนที่่เดินในสวน อิแม่ก็กลัวนะ เพราะมันเปลี่ยว กลัวคนมากระโดดตระครุบ แต่คุณลูกก็อยากเดิน อยากสำรวจ แม่กลัวขี้หด แต่อดทน ยกเว้นถ้ากลัวจัด จะชวนลูกเดินกลับ Ninja

ก็นะ รู้อยู่ว่า แถมที่อยู่มันปลอดภัย และนี่ก็แคนาดา ไม่ใช่ซอยเปลี่ยวที่ไหน แต่มันก็อดไม่ได้ ลูกก็นะ ชวนเข้าป่าดีจังวุ้ย

 

วกกลับมาเรื่องเรียกร้องความสนใจ หลังๆเจคอบเริ่มไม่ยอมกินข้าวเอง ไม่ยอมเดิน จะให้แม่อุ้ม ทั้งๆที่ลูกก็โตเกือบเท่าไม่แล้ว หนักชะมัดเลย แม่กับแด๊ด พยายามให้ลูกทำอะไรด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็น ใส่รองเท้า ถุงเท้า ถอดเสื้อผ้า กินข้าวเอง แต่ช่วงนี้ ลูกขอนั่งตักแม่ตลอด นั่งไม่พอ ขอนั่งตักแล้วให้อิแม่ป้อนข้าวด้วย ไม่ป้อน ก็ร้อง เหมือนเสียใจมากๆ พอหลายๆวันเข้า เริ่มงอแงขั้นสุดยอด คืนนี้ร้องๆ จะให้แม่ป้อน จะให้แม่ถอดกางเกงให้ จะนั่งตัก จะให้แม่อุ้ม แม่ไม่ยอม ลูกก็ดราม่าลงทันที

ทั้งแว๊ก ทั้งวีน โดนส่งเข้าห้องนอนไปหลายรอบมากวันนี้….จนในที่สุด แม่จับอาบน้ำ และพาเข้านอน โดยที่เจคอบยังงอแงอยู่ เลยถามลูกว่าเป็นอะไรไป เกิดอะไรขึ้น เจคอบบอกว่า แม่ไม่ชอบเจคอบแล้ว Crying face เจ๊ยยยยยยย ทำไมลูกถึงพูดอย่างนั้นนะ พอลองเลียบๆเคียงๆถาม ลูกบอกว่า แม่ไม่ชอบเจคอบเพราะ แม่ไม่ให้นั่งตักตอนกินข้าว แม่ไม่ป้อนข้าว ไม่อุ้มเจคอบ Green with envy  แม่เลยถามกลับไปว่า ถ้าแม่อุ้ม แม่ป้อน แม่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ แสดงว่าแม่ชอบเจคอบเหรอลูก……ลูกบอก ใช่ครับ จากนั้นก็เลยได้จกลูกจากเตียง อุ้มขาลาก พาไปนั่งตักกินข้าว คุณลูกก็หน้าบานเป็นกระด้ง Shifty แถมยังบอกอีกว่า แอบชอบสาวน้อยนางหนึ่งที่โรงเรียน ชอบเล่นกับเขา แม่ถามว่า ทำไมถึงชอบเล่นกับเขาล่ะ เจคอบบอกว่า “Because I love her….” โอ้แม่เจ้า ลูกตรู รักสาวเป็นแล้วเหรอเนี่ย Steaming mad

 

หลังจากปรนนิบัติเจคอบเวอร์ชั่นเบบี้เสร็จ ก็ส่งลูกเข้านอน ลูกหลับสบาย อารมณ์ดี

 

เออ หนอ นี่ลูกชั้นเป็นดอกกล้วยไม้เหรอนี่ อารมณ์พ่อช่างอ่อนไหว พูดแรงไม่ได้ พ่อเก็บไปคิด ขี้น้อยใจอีกต่างหาก นี่แม่ต้องอุ้มลูกตุเลงๆไปถึงไหนกันนี่…เฮ้อ ก็นะ ทนเอาแล้วกัน เพราะลูกคงไม่ให้อุ้มไปจนถึงเข้ามัธยมหรอกม๊าง

 

รักลูกที่สุด

แม่

ที่บ้านเรา คาเลดอน ออนตาริโอ แคนาดา

เจคอบ 3.5 ขวบ

โพสท์ใน Letters to Jakob | ติดป้ายกำกับ , , | 1 ความเห็น

เจคอบ 3 ขวบ 2 เดือน บวกเลขในใจได้????

เจคอบครับ

ช่วงนี้ แม่วุ่นวาย ยุ่งมากมายเพราะต้องเตรียมตัวเก็บกวาดบ้านเพื่อขาย และเราก็จะได้ย้ายไปบ้านใหม่กัน โฮมสคูลน้อยๆของเราเลยมีหยุดชะงักไปบ้าง แต่ก็พยายามทำวันละนิดละหน่อย

เมื่ออาทิตย์ก่อน ป้านกสุดที่รักได้ส่งวิดีโอน้องกฤตคำนวนเลขให้แม่ดู ป้านกบอกแม่ก่อนหน้านี้แล้วว่าน้องกฤตบวกเลขได้ตั้งแต่อายุ 9 เดือน และพอแม่ได้ดูวิดีโอ ก็ได้แต่นั่งอ้าปากหวอ หัวใจพองโต ดีใจกับป้านกและลุงพุดด้วยที่สอนน้องกฤตจนคำนวนเลขได้ เห็นวิดีโอแล้วก็เอาไปอวดคนเขาไปทั่ว นี่ขนาดไม่ใช่ลูกตัวเองนะ ยังอยากจะอวด ฮ่าๆๆๆๆ ก็นะคนมันปลื้ม แล้วก็ดีใจ ต้องรีบไปกระซิบถามป้านกของลูกว่าทำอย่างไรน้องกฤตถึงได้เก่งขนาดนั้น…..อ่ะ เเปะวิดีโอน้องกฤตหน่อย อิอิ Winking smile

น้องกฤตบวกเลข

แม่ยังจำได้ดีว่า เริ่มสอนคณิตให้เจคอบตอนที่ลูกอายุได้ 2.1 ขวบ โดยวิธีหลักๆที่ใช้คือให้ลูกดู Little Math โดยดูทั้งหลักสูตรของ Brillkids และหลักสูตรเก่าของ Shichida ด้วย ตอนที่สอนนั้น กว่าจะจบก็ทุกลักทุเล หลอกล่อ เสียขนมไปหลายห่อ ชักแม่น้ำทั้งห้าหกเจ็ด ปรับบทเรียนโดยเปลี่ยนไอคอน สาระพัดจะทำ เพื่อให้ลูกดูบทเรียน พอจบแล้วเหมือนยกภูเขาออกจากอก

พอจบปั๊บ แม่ก็เริ่มลัลลา ลองทดสอบลูกดู ยกบัตรคำที่เป็นจุดบ้าง ไอค่อนบ้าง แล้วเอามาให้ลูกดู และถามให้ลูกตอบ ทุกครั้งที่แม่ถาม เจคอบจะมองแม่ด้วยสายตาอันว่างเปล่า I don't know smileหรือไม่ก็เมินไปเล่นอย่างอื่นต่อ แม่ก็ใจเเป้วสิคะ นี่ชั้นสอนคุณลูกมาเป็นปี ผลที่ได้คือมองหน้าแม่แบบ…”อะไรอะแม่ หนูไม่รู้เรื่อง”…… แต่อิแม่ก็ได้แต่คิดว่า เอาวะ ถึงลูกตูจะบวกเลขไม่ได้ แต่มานก็เก็ทแหละว่าอะไรมากกว่าอะไร นับเลข นับของ จำตัวเลขได้ด้วย แค่นี้แม่ก็ปลื้มพอแล้ว…ก็เลยมาเริ่มสอน หนึ่งบวกหนึ่ง สองบวกหนึ่งอะไรไปตามเรื่อง นับนิ้วมือ นับนิ้วเท้ากันสนุกๆสองคนแม่ลูก

จนพอได้มาดูวิดีโอน้องกฤต เห็นป้านกของลูกยกบัตรคำที่เป็นโจทย์ แล้วให้น้องกฤตเลือกคำตอบ พอเห็นแล้ว เอ…ไม่เคยลองทดสอบเจคอบแบบนั้นเลยนี่น่า..เลยเกิดอาการอยากลอง ไปนั่งทำบัตรคำโจทย์ และคำตอบ เจคอบอารมณ์ดีๆ ก็ยกบัตรโจทย์เลขมาเลย 3 ข้อ ปรากฎว่าเจคอบตอบถูกหมดเลย ฮิ้ววววววววววววววววววววววววววว Party smile ดีใจมวากกกก ทั้งๆที่ไม่มั่นใจว่าลูกมั่วหรือเดาเก่งกันแน่…แต่ถามได้ไม่เกินสามข้อ ถ้าเกินแล้วคุณลูกจะรู้ตัว เดินหนี หรือไม่ก็เสกให้แม่เป็นอากาศ หรือไม่ก็ปรับตัวเองเข้าสู่โหมดหูหนวกทันที Nyah-Nyah

วันต่อมา ลองถามอีกสามข้อ ถูกอีกแย้ววววว…..วันนี้เลยไปซื้อบัตรคำบวกเลขของเด็กปอหนึ่งมา…(ตามสไตล์คนชอบหาตัวช่วยและ ไม่รู้จัก DIY) พอได้มาปั๊บก็ถามเจคอบเลย สามข้อ…ดิ๊งๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ถูกต้องหมดเลยทุกข้อ เย้ๆๆๆๆ…พอแม่ถามข้อที่สี่ ลูกก็เผ่น ฮ่าๆๆๆๆ นี่ตกลงลูกชั้นคิดเลขได้จริงๆหรือเนี่ย

แต่ถ้าได้ดูตัวเลขจะตอบได้นะ ถ้าถามแบบลอยๆหรือปากเปล่านี่จะตอบไม่ได้ (นอกจากโจทย์ +1 จะตอบได้)…จากทฤษเดาของแม่ คิดว่าเจคอบคงจำคำตอบเป็นรูปภาพตัวเลขหรือเปล่าน๊า…หรือมันเดาเอา และมั่วถูก ฮ่าๆๆๆ ไม่รู้ล่ะ รู้แต่ว่ามันฮึดดดดดดด มีแรงสอนต่อไปอีก ลูกทำอะไรได้ เหมือนเป็นยาดีชูกำลังให้มีแรงมุ่งมันสอนลูกต่อไป….

รักลูกที่ซู๊ดดดดด

แม่

บ้านเราที่ Brampton ON. (Jakob’s 3.2 yrs old)

โพสท์ใน เจคอบ...เรียนคณิตศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , , , , | ใส่ความเห็น

วางเเผนหลักสูตรโฮมสคูลของเจคอบ–Sr. Preschool (Jan–Sept 2012)

วันจันทร์ที่จะถึงนี้ เจคอบก็จะกลับเข้าสู่บรรยากาศในห้องเรียนอีกครั้ง แม่เองก็เริ่มปัดฝุ่นเเผนโฮมสคูลของเราด้วย โดยคราวนี้ แม่ได้นำเอาหลักสูตรจากโรงเรียนของเจคอบมาปรับเข้ากับการเรียนการสอนที่บ้านของเรา ส่วนหัวข้อไหนที่เจคอบทำได้แล้ว แม่ก็จะหาข้อมูลที่ละเอียดยิ่งขึ้น และนำมาลองสอนให้เจคอบอีกที

หลักสูตรโฮมสคูลของเจคอบวัย 3 ขวบ ชั้น Sr. Preschool

หัวข้อวิชา

การเตรียมตัวของเรา

รูดซิป ติดกระดุม และแถบตีนตุ๊กแก สนับสนุนให้ลูกแต่งตัวเอง อุปกรณ์ไม่ต้องเตรียม คนที่ต้องเตรียมตัวคือแม่เองที่ต้องหัดเก็บไม้เก็บมือ ช่วยลูกให้แต่งตัวเอง ไม่ใช่ช่วยแต่งตัวให้ลูก
ใส่และถอดเสื้อผ้าเอง เหมือนข้างบนคือ แม่ต้องหัดห้ามใจตัวเอง เพราะถ้ามัวแต่ช่วยลูก ลูกก็ทำเองไม่ได้สักที หรือทำได้แต่ไม่อยากทำเพราะแม่ทำให้ ง่ายกว่าเยอะ (เฮ้อ..ทำยากนะเพราะลูกชอบให้แม่ทำให้ อยากเป็นเบบี้ของแม่ตลอดไป…)
การเริ่มใช้อุปกรณ์วาดเขียน แต่ก่อน ต้องเกาหัวแกรกๆ ทำอย่างไรให้เจ้าแสบของแม่ยอมจับดินสอ…แต่ตอนนี้เบาใจมาบ้างเพราะเริ่มจับดินสอนเป็น เริ่มสนใจการวาดเขียน…สิ่งแรกที่ลูกทำได้คือวาด smiley face ทำได้แค่นี้ อิแม่ก็ปลื้มมากมาย…..อุปกรณ์ก็ใช้ที่มีกันอยู่ พวกสีเทียน แบบฝึกหัด กระดานแม่เหล็กวาดเขียน แล้วก็ของเล่นใหม่…LeapPad อิอิ….
หัดใช้กรรไกร อุปกรณ์พร้อมลุย….แต่สอนคนใจร้อนให้จับกรรไกรนี่ ไม่ใช้เรื่องง่ายเลย คงต้องค่อยๆหัดกันไป ตอนนี้เจคอบยังจับไม่คล่องเท่าไหร่ เราต้องพยายามหากิจรรมมาฝึกกล้ามเนื้อมือกันต่อไป
การท่อง ABC อันนี้ข้ามไป เจคอบโปรแล้ว ท่องได้ เรียงได้ สบายมาก
จำตัวอักษร โปรแล้ว จำได้แล้ว…ข้ามได้
จำเสียง Phonics ข้าม…เพราะผ่านขั้นนี้มาแล้ว
ท่องวันและเดือน จำได้หมดแล้ว อ่านออกด้วย แต่ว่าก็จะชวนท่องเรื่อย กันเหนียว และกันลืม อุปกร์ที่ใช้คือ บทเรียนจาก Little Reader สิ่งที่อยากสอนเพิ่มคือ concepts ของ today, tomorrow, yesterday และฤดูกาล
รู้จักตัวเลข 1-10 ปรับมาเป็นจำตัวเลข 1-50 สอนผ่านบัตรคำจาก Little Reader, Little Math กระดานร้อยช่อง และเกม number hunt เช่นเอาบัตรคำไปซ่อน แล้วให้ลูกไปค้นหาว่ามันอยู่ตรงไหน
นับเลข 1-20 นับได้แล้ว…นับได้เรื่อย แต่พอถึงเลขทุกตัวที่ลงท้ายด้วย สิบ เจคอบจะนับเป็น 20 ทุกทีสิน่า ก็ต้องสอนนับเลขกันต่อไป วิธีสอนไม่ได้จัดเป็นหลักการอะไร เพียงแค่เห็นอะไรก็ชวนลูกนับ เช่นนับขั้นบันได นับ 1-50 เวลาเเปรงฟัน นับของเล่น และอื่นๆ
รูปทรง เจคอบจำรูปทรงต่างได้หมดแล้ว ว่าชื่ออะไรบ้าง สิ่งที่แม่สอนเพิ่มคือรายละเอียดของรูปทรงแต่ละชนิด เช่น สามเหลี่ยมมีสามมุม มีสามด้านเป็นต้น นอกจากนั้นเราสอนรูปทรงปริมาตร ซึ่งเจคอบจำได้หลายอันมาก ไม่ว่าจะเป็น cupe, pyramid, sphere, cone, cylinder สื่อที่ใช้สอนคือ Little Reader, อุปกรณ์รูปทรงที่มากับ Right Start Math ของ alabacus 
การจับคู่สิ่งของสองสิ่งที่เหมือนกัน เจคอบทำได้โปรมากผ่าน IXL แต่พอมาเจอบเเบบฝึกหัดที่เป็นกระดาษกับเมินซะงั้น สงสัยไม่เร้าใจ ไม่มีเสียง ไม่มีสี…ก็นะ ลูกเป็นเด็กที่โตมากับการสอนผ่านเอฟเฟคต่างๆ พอมาเจอกระดาษขาวๆ ก็เลยเมินซะเลย…แม่ซื้อแบบฝึกหัดที่เป็นภาพสีมาเตรียมไว้เรียบร้อย ได้เวลาลงมือทดลองทำกันแล้ว…แอบหนักใจเล็กน้อยเรื่องเจคอบกับการขีดเขียน…เพราะยังเป็นสิ่งที่ลูกไม่ค่อยชอบเท่าไหร่….ถ้าให้เขียนบนกระดาษล่ะเมิน แต่ดันไปเขียนบนพรมนี่สิ…ล้างไม่ออกอีก เง้อ….
การหัดเขียนตัวอักษรตามเส้นประ แง่มๆๆ เหมือนข้อข้างบน…สู้ๆนะลูกแม่..

หัวข้อข้างบน เป็นหลักสูตรหลักๆจากโรงเรียนเจคอบ ซึ่งเป็นโรงเรียน Montessori  หัวข้อต่อไปนี้ จะเป็นส่วนที่แม่อยากสอนเพิ่ม

  1. ภาษาไทย แน่นอนอยู่แล้ว ภาษาไทยของเราทิ้งไม่ได้  สื่อการสอนก็เหมือนเดิมคือ ฝากชีวิตไว้กับ Little Reader พวกสอนอ่านๆทั้งหลาย แล้วได้เพื่อนจากกรุ๊ปโฮมสคูลใน facebook ที่แชร์ลิ๊งค์หนังสือภาษาไทยของกระทรวง ทำให้แม่มีสื่อเพิ่มในการสอนลูก
  2. ภาษาฝรั่งเศส เหมือนกับภาษาไทยคือฝากชีวิตไว้กับ LR ยังไม่ได้ดาวน์โหลดบทเรียนเพิ่มเลย ลูกก็พูดได้เป็นคำๆ แม่ก็พูดได้เป็นคำๆ ยังไม่ค่อยคืบหน้าเท่าไหร่ ต้องไปดาวน์โหลดบทเรียนเพิ่มซะเเล้ว
  3. Brain Quest เจคอบได้อัพเลเวลแล้ว จากหนังสือชุด Brain Quest สำหรับเด็ก 2-3 ขวบ มาเป็นชุดสำหรับเด็ก 3-4 ขวบ พร้อมทั้งแบบฝึกหัดด้วย ชุด Brain Quest เป็นเเบบฝึกหัดที่ดีมาก ช่วยเพิ่มคลังคำศัพท์ให้ลูก และทำให้ลูกรู้จัดคิด และรู้จักตอบคำถาม
  4. IXL ยังคงมีแบบฝึกหัดหลายๆอย่างที่ยังไม่ได้ทำ แต่ทีแม่อยากสอนมากๆคือเรื่อง “เงิน” อุปกรณ์พร้อม เงินปลอมก็มี เงินจริงก็มี จุดประสงค์คือ สอนให้ลูกรู้ชักชื่อเหรียญแต่ละชนิด และค่าของมัน ต้องไปนั่งเกาหัว ค้นกูเกิ้ลดูว่าจะสอนอย่างไรดี
  5. คณิตศาสตร์ สิ่งที่จะสอนเพิ่มคือการบวกเลข +1, +2, +3 ผ่าน Little Math & PowerPoint และอยากลองถอดตัวเลขจากกระดานห้าสิบช่องดู ถ้าไปไม่รอดก็กลับมาวางกระดานห้าสิบช่องกันต่อไม่ อิอิ นอกจากนี้ก็สอน Pattern, Sorting ด้วย The Bear Familty Activity และบทเรียน PowerPoint ที่ทำเอง นอกจากนั้น แม่ยังเล็งๆ Singapore Math ชุด Earlybird ด้วย คงสอยแน่นอน อุๆๆๆ
  6. Phonics เจคอบสามารถผสมและอ่านคำควบกล้ำได้แล้ว รอคุณ Larry เพิ่มบทเรียนใหม่ เพราะเจคอบอ่านคำที่มีอยู่ในบทเรียนในเว็บ Reading Bear ได้หมดแล้ว สิ่งที่แม่อยากทำเพิ่มคือ บัตรคำจากหนังสือ Why Johnny Can’t Read ไม้ได้ทำนานแล้ว เพราะใช้ Reading Bear บัตรคำที่จะทำเพิ่ม ถือเป็นส่วนที่ใช้ทดสอบว่าลูกแยกรหัสคำได้จริงหรือเปล่า
  7. ความรู้สาราณุกรม เจคอบกำลังสนใจเรื่องอวกาศและดวงดาว แม่หาซื้อหนังสือประเภทนี้มาเพื่อให้เจคอบได้ดูรูป และได้ดาวน์โหลดบทเรียนจากห้องสมุดของ Brillkids มาให้ลูกดู เจคอบจำดาวได้ทุกดวง เรียงลำดับได้ เห็นรูปดาวก็รู้ว่าดาวชนิดนี้คือดาวอะไร สิ่งที่เราจะเรียนเพิ่มด้วยกันคือ ลักษณะของดาวแต่ละดวง…ตอนนี้เจคอบรู้ว่า ดาวอังคารมี icecaps, canyon, Olympus Mons  นอกจากนั้นแม่คงต้องมองหาหัวข้ออื่นๆที่เจคอบสนใจ แล้วนำมาสอน หรือหาวิธีที่จะทำบทเรียนออกมาได้น่าดึงดูดใจลูก
  8. ศิลปะ วิชานี้ไม่ถนัดเอาซะเลย ดีนะที่ครูที่โรงเรียนช่วยสอน ไม่งั้นแม่ก็เดี้ยงนะ
  9. กิจกรรมสนุกสนาน….คงพาลูกลับไปเรียนว่ายน้ำเหมือนเดิม และปีนี้เจคอบลงเรียนฟุตบอลได้แล้ว เย้ๆ

นี่คือเเผนการเรียนของเรา ดูแล้วเยอะแยะมากๆมายเหมือนกันนะเนี่ย แต่ก็ทำวันละนิดล่ะหน่อย ดูคิวจากลูกด้วย แม่เชื่อว่าเราคงทำได้…เหนื่อยก็พัก แล้วมาเริ่มใหม่ด้วยกันนะลูก

รักลูกมาก

แม่

เขียนที่บ้านเราที่ Brampton On เจคอบอายุ 3.1 ขวบ

| 1 ความเห็น

เจคอบ 3.1 ขวบ เริ่มเข้าใจหลักการบวก (+1)

หลังจากที่ได้สอนคณิตศาสตร์ให้เจคอบมาเป็นเวลาค่อนข้างนาน ลูกก็ดูมีแววว่าจะเข้าใจจำนวน แต่ยังคงไม่แสดงอาการว่ารู้เรื่องเกี่ยวกับการบวก ลบ คูณ และหาร แม่เองก็พยายามคิดหาวิธีที่จะนำเสนอบทเรียนคณิตศาสตร์ โดยใช้หลักการเดิมที่เราได้ทำกันมา นั่นก็คือ บทเรียนต้องดึงดูดใจ สั้น และลูกต้องชอบ ถ้าไม่เอา ไม่ชอบ เราก็หยุดกันทันที

แม่ได้ลองทำบทเรียนใส่ PowerPoint โดยเราเริ่มจากการบวกก่อน โดยแบ่งออกเป็นสไลด์การบวกเลขด้วยรูปแล้วตามด้วยการบวกโดยใช้ตัวเลขและสัญลักษณ์  เช่นบทเรียนการบวกเพิ่มด้วย 1 ก็จะเป็นในรูปแบบ… one car plus one car, equal two cars…ก็จะเป็นรูปรถบวกกัน พร้อมด้วยมีเสียงรถยนต์ตอนท้ายเพื่อดึงดูดความสนใจ   สไลด์ต่อมาก็แสดงด้วยรูปแบบ 1+1 = 2 และมีเสียงเอฟเฟคเป็นเสียงปรบมือชมถ้าลูกตอบคำถามถูก….และเสียง ว๊า วา วา ถ้าลูกตอบคำถามผิด

เจคอบสนใจบทเรียนดีพอสมควร ชอบดูเพราะมันมีพวกรถๆแล้วก็เสียงประกอบ นอกจากนั้น ก่อนนอนแม่ก็จะชวนดูนิ้วมือ เช่นแม่ยกมือหนึ่งนิ้วขึ้นมาแล้วพูดว่า One และยกมืออีกหนึ่งนิ้วขึ้นมา แล้วพูดว่า plus one,equal……ให้เจคอบตอบเองว่าคำตอบได้เท่าไหร่ ช่วงแรกๆก็มีมั่วบ้าง ตอบผิดบ้าง ถูกบ้าง เหมือนกับตอบเเบบเดาเอา จนกระทั่งถึงวันนี้ แม่พาเจคอบเข้านอนกลางวัน ก็นอนคุยกันปกติ แม่พูดว่า one plus one equal… เจคอบต่อ two ไปเรื่อยๆจนถึง 5+1 =6

เท่านั้นยังไม่พอ เจคอบขอแม่ให้แม่ตั้งโจทย์ 11+1 เจคอบตอบ 12  15+1 เจคอบตอบว่า 16  Party smile ทั้งๆที่ไม่เคยสอนบวกถึงหลักนี้ แม่สอนถึงแค่ 4+1=5 Embarrassed smile แม่ดีใจมากๆ เหมือนลูกจะเริ่มเข้าใจว่า การบวกหนึ่งคือการนับเพิ่มไปอีกหนึ่งจำนวนนั่นเอง

กิจกรรมเสริมทักษะด้านคณิตศาสตร์ด้านอื่นที่เราทำกันคือ การดูบทเรียนทำเองเรื่องอนุกรม Pattern เจคอบเข้าใจดีมาก ต้องขอบใจการ์ตูนเรื่อง Team Umizoomi ที่ทำให้เจคอบเข้าใจหลักการง่ายๆของ Pattern ได้ แล้วก็พวกอุปกรณ์สอนการแยกสี การวาง pattern ของ The Bear Family ด้วย

กระดานร้อยช่อง เราก็ยังทำกันอยู่บ้าง แล้วแต่อารมณ์และความร่วมมือของลูก เจคอบวางกระดาน 1-50 ได้คล่องพอสมควร ถ้าอารมณ์ดี อยากทำ จะวาางได้เสร็จทั้งกระดาน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะวางไม่หมดก็เลิกซะก่อน แม่เลยยังไม่อยากเริ่มถอดตัวเลข คิดๆดูแล้วเราวางกันมานมนานมาก ยังไม่ไปไหนเลย แต่แม่ว่าการวางกระดานช่วยให้เจคอบจำตัวเลขต่างๆได้หลายตัว ช่วยได้เยอะเลยทีเดียว ดังนั้นแม่จึงยังไม่เลิกทำ ยังคงวางอยู่ในวันที่อากาศดีและลูกอยากวาง วางเสร็จที่ไรจะขอรางวัลทุกที และต้องขี่หลังแม่ทุกครั้ง แต่ก่อนก็พอไหว เคยขี่คอด้วย แต่ตอนนี้ไม่ไหว เพราะแม่เริ่มแห้งเหี่ยว ในขณะที่ลูกเริ่มตัวโตแล้วก็…..หนักมวากกก Sick smile

IXL ไม่ค่อยได้ทำเท่าไหร่ เพราะหัวข้อที่เหลือ แม่สอนไม่เป็น ยังคิดหาวิธีให้ลูกเรียนแล้วสนุกไม่ได้ เลยพักบ้าง ทำบ้าง แล้วแต่อารมณ์คุณลูกอีกตามเคย Thumbs down

Little Math ของ Brillkids ก็ได้ดูบ้าง ตอนนี้จบหลักสูตรแล้ว ที่ดูๆกันก็พวกโจทย์เสริมที่มากับหลักสูตร เปลี่ยนไอค่อนเป็นรูปของที่ลูกชอบบ้าง อะไรบ้าง แล้วแต่ว่าวันไหนลูกอารมณ์ดีเป็นพิเศษเราก็ได้นั่งดูบทเรียนด้วยกัน

Right Start Math ของ alabacus ช่วงนี้เรายังหยุดพักกันอยู่ คิดว่าลูกคงยังไม่พร้อมที่จะเริ่ม คงรอดูต่อไปว่าครบสามขวบครึ่งจะเริ่มได้หรือเปล่า ตอนนี้ก็ดูบทเรียนทำเองไปพลางๆก่อน

รักลูกที่สุด

แม่

เขียนที่บ้านเราที่ Brampton, ON เจคอบอายุ 3 ขวบ 1 เดือน

 

โพสท์ใน เจคอบ...เรียนคณิตศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , , , | ใส่ความเห็น

คราวนี้แม่เอาจริงแล้วน๊า (ย้ายมาจาก bloggang.com)

หลังจากที่มีบล็อกเกลื่อนกลาดไปทั่ว ทั้ง hi5, multiply, diarylove คราวนี้แม่คงต้องหาที่สิงสถิตซะที เพราะแม่ต้องจริงจังกับการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆของเจคอบมากขึ้น ตอนแรกแม่ก็ลังเลอยู่ว่าจะเขียนบล๊อกเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษดี ไหนๆก็ตั้งใจจะปั้นให้เจคอบเป็นเด็กสองภาษาให้ได้ แม่ก็จะเขียนบล็อกเป็นภาษาไทยละกันนะครับลูก

แม่และเเด๊ดดี๊ตั้งใจว่าจะมีเจคอบแค่คนเดียวเพราะเราอยากให้ลูกได้รับสิ่งที่ดีที่สุด แม่เองก็เป็นลูกคนเดียวนะครับลูก และแม่ก็คิดว่าการเป็นลูกคนเดียวนี่วิเศษที่สุดเลย ตอนนี้แม่ก็แอบมีความคาดหวังเล็กๆกับเค้าเหมือนกันนะ แม่หวังว่าลูกแม่จะเป็นเด็กที่มีความสุข และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ

แม่ชอบอ่านบล๊อกของคุณดวงขวัญแม่ข้าวสวยกับมวยไทย เพราะว่าเป้าหมายของแม่เหมือนกับคุณขวัญซึ่งก็คือ

“Mae do not expect a genuis son but Mae will do everything in my power to help you attain your fullest potentials”

มาดูกันนะว่าเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย แม่ทำอะไรให้หนูบ้าง

ภาษา
แม่ถือว่านี่คือ first priority ของแม่ เนื่องจากลูกจะเติบโตในประเทศที่ไม่ใช้ภาษาไทย และคนรอบข้างก็พูดภาษาไทยไม่ได้ซักคน แม่เลยต้องทุ่มเทให้เรื่องนี้มากที่สุด แม่หวังว่าลูกจะเป็นเด็กสองภาษาอย่างสมบูรณ์แบบ พูดคล่องทั้งไทยทั้งอังกฤษ แม่รู้ว่ามันไม่ง่ายแต่แม่จะพยายามอย่างสุดความสามารถ ตอนนี้แม่ก็หาข้อมูลและอ่านหนังสือเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็กสองภาษาอยู่ อีกอย่างที่สำคัญและแม่เชื่อว่าจะช่วยลูกได้เยอะก็คือ baby sign languag แม่เริ่มสอน ASL ให้ลูกตั้งแต่ตอนที่ลูกอายุได้ 5 เดือนครึ่ง จนตอนนี่ลูก 7 เดือนครึ่งแล้ว แต่ลูกยังส่ง sign ไม่ได้ แต่แม่ไม่ท้อหรอกนะ เพราะแม่รู้ว่าเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนเรียนรู้เร็ว บางคนช้ากว่า เพราะฉะนั่นแม่ก็จะทำสิ่งที่แม่ทำอยู่อย่างสม่ำเสมอ ทุกๆวัน เพราะแม่เชื่อว่าวันหนึ่งลูกแม่ต้องทำได้ ตอนนี้แม่สอนลูกอยู่สาม signs คือ “Milk, More, and Eat” ไว้หนูทำสาม signs นี้ได้ แม่ค่อยสอน signs ใหม่ๆเพิ่ม

คณิตศาสน์
แม่สนใจกระดานร้อยช่องมาก และก็กำลังหาข้อมูลอยู่ กว่าลูกจะโตพอที่จะเริ่มเล่นกระดาน แม่คงมีข้อมูลแน่นพอที่จะสอนลูกได้

การพัฒนา EQ
แม่พึ่งสั่งหนังสือสามเล่มจาก Amazon.ca เกี่ยวกับเรื่องนี้ แม่คงต้องศึกษาเรื่องนี่ให้ลึกอีกทีเพราะแม่ว่าเด็กที่มี EQ สูง ก็คือเด็กที่มีความสุขนั่นเอง นอกจากนั้นแล้ว แม่ก็ได้สั่งหนังสือเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกแนว Montossoriมาสองสามเล่ม เพราะแม่ว่าการเลี้ยงเด็กแบบ Learning from experience นั้นน่าสนใจมาก และถ้าลูกสนุกกับการเรียนแบบนี้แม่ก็จะส่งลูกเข้า Montossori Pre-school ซะเลย

เจคอบครับ ณ วันนี้แม่มีความสุขมากที่ได้อยู่กับลูกทุกวัน แม่สัญญาว่าแม่จะทำทุกอย่างที่แม่ทำได้เพื่อให้ลูกของแม่เป็นเคนคุณภาพและที่สำคัญคือเป็นคนที่มีความสุขมากที่สุดคนหนึ่งบนโลกใบนี้

บันทึกวันที่ 12 ก.ค. 2009 ณเมือง Brampton ประเทศCanada
ณ วันนี้ เจคอบของแม่อายุ 7 เดือน 2 อาทิตย์ 6 วัน

รักลูกที่สุด

แม่

บันทึกวันที่ 12 ก.ค. 2009 ณเมือง Brampton ประเทศCanada
ณ วันนี้ เจคอบของแม่อายุ 7 เดือน 2 อาทิตย์ 6 วัน

รักลูกที่สุด

แม่

Photobucket

โพสท์ใน Letters to Jakob | ใส่ความเห็น

บันทึกรวบยอด เจคอบวัยสามขวบ

ห่างหายจากการบันทึกเรื่องราวของเจคอบไปนาน..มาวันนี้เจคอบสามขวบกับหนึ่งเดือนแล้วซิ..เดือนนี้เป็นเดือนแห่งความขี้เกียจเพราะพ่อเจคอบหยุดยาว เลยเกาะกันเป็นตังเม ไม่เป็นอันทำอะไร..แต่ก่อนหน้านั้นก็มีเรื่องให้ปวดหัวกันเยอะพอสมควร…กลับมานั่งนึกดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับช่วงเดือนที่ผ่านมาบ้าง ก็พอจะนึกออกได้ประมาณนี้

เจคอบได้ประกาศผลการเรียนเป็นครั้งแรก

หลังจากที่ได้อ่านดูแล้ว เห็นด้วยกับครูในบางเรื่อง และไม่เห็นด้วยในหลายๆเรื่่องๆ การตัดเกรดจะแบ่งเป็น

  • 1 N/A ทำไม่ได้
  • 2 Start Developing
  • 3 Developing
  • 4 Well Developed

หลายๆเรื่องที่แม่เห็นด้วยกับครูที่ให้เจคอบแค่ 2-2.5 เช่น การรอคิว การแสดงบทบาทสมมุติกับเพื่อน การใช้กรรไกร และการจับดินสอหรือระบายสี หรือแม้กระทั่งการพยายามช่วยเหลือตนเอง เช่นใส่เสื้อผ้ารองเท้า กินข้าวเอง..พวกนี้ แม่รู้ดีว่่าลูกอยู่ในระดับที่ครูประเมิณ แต่มีหลายๆเรื่องที่ไม่เห็นด้วย และไม่เข้าใจการประเมินของครูคือ Cognitive and Language Development

เช่น…

  • การท่อง ABC  เจคอบท่องได้หมด…ครูก็บันทึกว่าท่องได้ แต่ทำไมถึงไม่ให้ 4 ทำไมให้แค้ 3
  • จำตัวอักษรได้ทุกตัว เจคอบจำได้หมด ครูก็รู้ว่าจำได้ แต่ทำไมถึงไม่ให้ 4
  • จำเสียงโฟนิคส์ได้บางตัว…..ครูบันทึกว่าเจคอบจำได้ทุกตัว…แต่ทำไมให้แค่ 3ไม่ให้ 4 ทั้งๆที่หลักการประเมิณคือต้องจำได้เป็นบางตัว แม่เองรู้ดีว่าเจคอบนอกจากจะจำได้หมดแล้ว ยังอ่านได้ด้วย แถมถอดรหัสคำได้ในระดับเดียวกับเด็กเกรดหนึ่ง
  • จำเลข 1-10 ได้ ครูก็รู้ว่าจำได้ แต่ทำไมยังกดเกรดอยู่
  • จำรูปทรงพื้นฐานได้ ลูกก็ทำได้ ครูก็รู้ แต่ก็ยังไม่ให้ 4
  • นับเลข –20 นับได้อีก..แต่ไม่ให้  4 เหมือนกัน

และยังมีอีกหลายๆอย่างๆที่ลูกทำได้ แต่ครูยังกั๊กให้แค่ 3 ไม่รู้เพราะอะไร….หรือต้องรอให้เรียนจบปีการศึกษาก่อนถึงจะได้ 4 หรือเป็นเพราะลูกพึ่งไปโรงเรียนได้สามเดือน ครูเลยไม่แน่ใจว่าที่ทำได้น่ะ มันฟลุกหรือย่างไร….แต่ถ้าแม่เป็นครู นักเรียนทำได้แค่ไหนก็จะตัดเกรดแค่นั้น….ตอนที่เห็นก็งงเล็กน้อยว่าประเมิณกันอย่างไร..เพราะความคิดเห็นที่ครูบอกไว้ ลูกก็ทำได้หมดแต่ยังไม่ให้เกรดเต็ม และตัวแม่เองก็รู้ว่าลูกทำอะไรได้บ้างไม่ได้บ้าง….…พ่อเจคอบบอกว่า…ครูเห็นลูกแค่วันละสามชั่วโมง คงจะสังเกตุได้ยากว่าลูกทำอะไรได้บ้าง  แถมที่เราส่งลูกไปเรียนก็เพื่อให้มีเพื่อนเล่น ไม่ได้ให้ไปเป็นนักเรียนคร่ำเคร่งอะไร อีกอย่าง อยู่แค่เตรียมอนุบาลเอง…จะอะไรนักหนา…อ่ะนะ ฮ่าๆๆๆ… เดี๋ยวรอดูสิ้นปีว่าจะประเมิณผลออกมาว่าอย่างไร 

แม่เองก็ไม่เคยบอกครูว่าเจคอบทำอะไรได้บ้าง เพราะอยากให้ลูกได้เรียนสนุกๆ ตอนนี้อยู่แค่เตรียมอนุบาล ไม่อยากให้เเปลกแยกจากเพื่อน อยากให้เล่นสนุกๆเหมือนเพื่อนๆทั่วไป แต่พอเข้าชั้นอนุบาล คงต้องคิดดูอีกทีว่าจะบอกครูดีไหมว่าเราสอนลูกที่บ้าน และลูกทำอะไรได้บ้าง ถ้าบอก ครูก็จะได้ช่วยดูแล หาทางท้าทายช่วยให้ไม่เบื่อเวลาที่เรียนเกี่ยวกับสิ่งที่รู้แล้ว….แต่ถ้าไปได้ครูที่ไม่เชือเรื่อง early learning ล่ะซวยเลย…ต้องดูกันต่อไป เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องหาวิธีรับมือ

มาพูดถึงสภาวะอารมณ์ของลูกบ้าง ช่วงเดือนที่ผ่านมา ลูกเปลี่ยนไปอีกแล้ว จากเด็กน่ารัก กลายเป็นเด็กชอบลองของ ทำเอาแม่ปี๊ดจัดๆไปหลายวัน ในที่สุดก็โดนนับไปหลายครั้งมาก จนในที่สุด เราก็หาสาเหตุเจอว่ามาจากอะไร….สาเหตคือโมโหหิว….ทุกๆครั้งที่ลูกวีน มันจะเริ่มจากการที่ลูกไม่ยอมกินข้าว พอไม่ได้กินก็จะหิว หิวแล้วก็โมโห พอโมโหก็ออกฤทธิ์ …….แต่พอเริ่มกลับมากินข้าวอีก ก็อารมณ์ดีเหมือนเดิม….

ช่วงสองสามวันมานี้ เจคอบกลับเข้าสู่โหมดเด็กน่ารักเหมือนเดิม กินข้าวอิ่ม เล่นสนุก ดูบทเรียน แถมชอบเอาใจแม่ อันนี้แม่ชอบมาก เวลาเจคอบเริ่มทำตัวไม่น่ารัก แม่จะทำหน้่าเสียใจ หรือไม่พอใจ เจคอบจะเดินมาหา แล้วบอกแม่ว่า มอมมี่ แฮปปี้นะ…..พอแม่ยิ้ม เราก็กอดกัน เจคอบก็เลิกทำตัวไม่น่ารักทันที Red heart

ลูกพูดเก่งขุึ้นมาก ทักษะการพูดภาษาอังกฤษดีมากๆ โต้ตอบได้เป็นประโยคค่อนข้างสมบูรณ์ ภาษาไทยก็ดีขึ้นมาก คุุยโต้ตอบได้ดีพอสมควร แต่ภาษาฝรั่งเศษยังลุ่มๆดอนๆเหมือนเดิม นอกจากนั้น ลูกยังช่างวางเเผน เจ้าเล่ห์…..อย่างคืนนี้ พ่อนอนดูทีวีอยู่..ลูกเรียกพ่อให้มาเล่นด้วย แต่พ่อไม่ยอมมา เจคอบเลยเดินไปชวน พ่อไม่มาอีก….ลูกเลยบอกพ่อว่า “เเด๊ด จับมือเจคอบหน่อย”  พอพ่อจับมือ เจคอบก็ลากเลย ลากพ่อไปเล่นด้วย…….พอเล่นด้วยกันได้สักพัก พ่อก็จะกลับไปดูทีวีต่อ… พอพ่อลุกขึ้น..เจคอบพูดว่า “เเด๊ด จะไปไหน ไหนบอกจะอยู่จับมือหนูไง” Open-mouthed smile

ทำเอาพ่อขำก๊ากเลย……นอกจากนี้ยังมีวีรกรรมการวางเเผนต่างๆมากมาย เช่นเอากระเป๋าเป้ตัวเองไปวางไว้หน้ารถ ด้านคนขับ แล้วเดินมาบอกว่า แม่ๆ เดี๋ยวหนูไปเอากระเป๋าเป้ก่อนนะ มันอยู่เบาะหน้า…..เจตนาคือ อยากไปเล่นพวงมาลัยรถนั่นเอง….Winking smile

วัยสามขวบนี่เป็นวัยแสบวัยซน วัยเถียงเก่ง วัยชอบลองของ และชอบต่อรอง แต่เริ่มเข้าใจเหตุผล และผลกระทบต่างๆ ช่างเจรจา ช่างซักถาม และน่ารักที่สุดดดด

รักลูกครับ

แม่

เจคอบ 3.1 ขวบ เขียนที่บ้านเรา Brampton ON.

โพสท์ใน Letters to Jakob | ติดป้ายกำกับ , , , | ใส่ความเห็น

เจคอบ…..วัยสามขวบ กับการเป็นนกเเก้วนกขุนทอง

ไม่ได้บันทึกเรื่องราวการเรียน Encyclopaedic Knowledge (EK) ของเจคอบมานานมากๆเลย ทั้งๆที่ตอนนี้บทเรียนหลักๆที่เราเรียนกันผ่าน Little Reader ก็ไม่ใช่เรียนอ่านหนังสือเหมือนเคย แต่เป็นการเรียน EK หรือความรู้สาราณุกรม และภาษาไทย กับ ภาษาฝรั่งเศษ

ถ้ามานั่งนึกดูว่าเราได้ดูอะไรไปบ้างก็สรุุปได้เป็นข้อๆดังนี้

  • ธงชาติของประเทศต่างๆ เจคอบจำธงชาติของแต่ละประเทศที่ได้ดู ได้เกือบหมด ไปเจอธงที่ไหนก็จะตอบได้ว่าอันไหนของประเทศอะไร ไม่ว่าจะเป็น USA,Canada,UK, Australia, Germany ไปจนถึงแคมมารูน เกาหลี มาเลย์ ฮ่องกง ไทย จำได้หมดเลย….เจคอบชอบบทเรียนธงชาติมากๆ เพราะแต่ละประเทศจะมีเพลงชาติประกอบมาด้วย เจคอบชอบร้องเพลงชาตแคนาดา และขอให้แม่ร้องเพลงชาติไทยให้ฟัง…….พอถึงประเทศที่แม่ร้องไม่ได้ เจคอบจะบอกว่า “อาน นี่ มอมมี่ รอง ไม่ ด๊าย” Hot smile
  • ระบบสุริยะจักรวาล เจคอบสามารถเรียงลำดับดาวเคราะหฺ์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด ไปจนถึงอยู่ไกลดวงอาทิตย์ที่สุดได้ คือตั้งแต่ดาวพุธถึงดาวพลูโต และยังสามารถอ่านชื่อดาวแต่ละดวงได้หมดทุกตัว…….นี่เป็นผลจากการได้ดูบทเรียนที่ดาวน์โหลดมาจาก Little Reader นั่นเอง
  • ส่วนต่างๆของรถยนต์ บทเรียนนี้เจคอบชอบมากถึงมากที่สุด ขอดูบ่อยมากๆ เพราะลูกชอบรถมากนั่นเอง ตอนนี้ก็รู้จักส่วนต่างๆของรถ ตั่งแต่ พวงมาลัย ยันเสาอากาศวิทยุ
  • ส่วนต่างๆของพืช วิชานี้ เราดูกันหลายรอบแล้ว แต่แม่ไม่รู้ว่าลูกรู้หรือจำอะไรได้แค่ไหน เพราะยังไม่เคยได้ทดสอบเลย
  • ระบบย่อยอาหาร เหมือนกับข้อข้างบนคือนังไม่เคยได้ทดสอบ
  • ส่วนต่างๆของร่างกาย…เจคอบรูู้ตามที่ได้สอนมา
  • วงจรชีวิตกบ…อันนี้แม่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเจคอบจำได้ เพราะอย่างที่บอกคือ ไม่เคยได้ทดสอบอะไร ดูไปก็จบๆไป ไม่ได้กลับมาทวนอีก นอกจากลูกจะขอดู วันนี้ตอนที่อาบน้ำให้เจคอบ เจคอบอยู่ๆก็พูดขึ้นมาว่า “Ribbit, Ribbit, Frog life cycle, Tadpole, Tadpole with legs, young frog, adult frog, ribbit ribbit” ทำเอาแด๊ดกับแม่อ้าปากหวอ เพราะไม่นึกว่าจะจำได้ทั้งหมด….สมองเด็กเล็กนี่ช่างสุดยอดจริงๆ
  • วัน เจคอบ ท่องวันได้ครบทั้งเจ็ดวัน
  • ดือน เจคอบท่องเดือนได้ครบทั้งสิบสองเดือน แต่มีบางทีก็ต้องให้ช่วยบ้าง
  • ประเภทของลูกบอล….จากแต่ก่อนที่เห็นอะไรก็บอลๆหมดทุกอัน ตอนนี้เจคอบแยกได้ว่าลูกบอลแต่ละชนิดเรียนกว่าอะไร ตั้งแต่ฟุดบอล วอลเล่ย์บอล บาส เทนนิส ไปจนถึงเบสบอล…

นี่เป็นบทเรียนต่างๆที่เราได้ดูกันมาผ่าน Little Reader ตอนนี้เจคอบกำลังดู Space Part 1 ซึ่งเนื้อหาจะเกี่ยวกับการเดินทางไปอวกาศ เจคอบชอบมากๆ ดูมาเป็นอาทิตย์ๆแล้ว แม่ต้องทำ Space part 2 ให้ซะแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำเลย วันนี้จะพยายามทำให้ได้ นอกจากนั้นเจคอบก็กำลังดูวงจรชีวิตของผีเสื้อด้วย…..ชอบอีกเหมือนกัน อิอิ…เห็นลูกชอบและสนุกไปกับการดูบทเรียนแบบนี้ คนทำบทเรียนและคนสอนก็มีกำลังใจมากๆ อีกอย่างลูกเป็นเด็กที่โตมากับการเเฟรชบัตรคำ…เมื่อเชื่อว่าวิธีนี้ทำให้ลูกจำอะไรได้เร็ว

รักลูกมาก

แม่

เจคอบสามขวบ Brampton ON!!

โพสท์ใน เจคอบ...เรียนสาราณุกรม | ติดป้ายกำกับ , , , , | 2 ความเห็น

เมื่อแม่หูบอดอยากสอนดนตรีให้ลูกชายวัยซน (Jakob–3 yrs)

 

ในที่สุดก็ถึงเวลาที่จะเริ่มสอนวิชาที่หินที่สุดสำหรับแม่….นั่นก็คือสอนดนตรีให้เจ้าลูกชาย แม่เป็นคนหูบอด ฟังดนตรีไม่เป็น ไม่ชอบฟังเพลง ไม่ชอบร้องเพลง ร้องเพลงก็ไม่ถูกจังหวะ ร้องไม่เพราะ สรุปคือไม่มีหัวทางด้านนี้เลย ความรู้ทางด้านดนตรีติดลบสองหลัก…Ninja แต่แม่ก็อยากสอนลูก อยากให้ลูกได้เล่นเครื่องดนตรีเป็นกับเขาบ้าง …แล้วจะเริ่มยังไงดีล่ะเนี่ย…เมื่อคนสอนเล่นดนตรีไม่เป็นเอาซะเลย

ก็นะ…เนื่องจากแม่เป็นหนอน Google และชอบหาตัวช่วยและทางลัด อิอิ….ก็เลยไปค้น ไปอ่านรีวิว จนในที่สุดก็หาตัวช่วยเจอ…หุๆๆๆๆๆ ตัวช่วยตัวนั้นคือ Soft Mozart ที่มาลงตัวกับโปรแกรมนี้เพราะว่าลอกการบ้านชาวบ้านเขามาอีกที อิอิ…..จากที่ได้อ่านรีวิว หลายๆคนบอกว่าโปรแกรมนี้เหมาะกับเด็กเล็กมากกว่า Piano Wizard แม่ก็เลยตัดสินใจเลือกซื้อโปรแกรมนี้แทน…จริงๆแล้วอยากได้ Little Musician ของ Brillkids ด้วย แต่ว่าไม่เห็นคลอดซักที รอนานมากกกกแล้ว แต่ถ้าออกมาเมื่อไหร่ก็จะสอยทันที เพราะเท่าที่ได้ไปตามแอบอ่านกระทู้กลุ่มเบต้ามา โปรแกรมนี้สอนเด็กให้จำตัวโน๊ต คิดว่าจะช่วยส่งเสริมการเรียนเปียโนกับ Soft Mozart ได้ดียิ่งขึ้นไปอีก…….แต่ก็นะ แม่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตาบอดคลำช้าง….ยังไม่รู้เลยว่าเส้นทางการเรียนดนตรีของเรานี้จะเป็นอย่างไร Eye rolling smile

มีคนถามว่า ทำไมไม่รอให้ลูกโตอีกหน่อย แล้วส่งไปให้ครูสอน…ก็นะ แม่เป็นคนชอบสอนลูก ชอบมาก อยากสอนทั้งวัน…ก็เลยจะถือโอกาสนี้สอนลูกไปด้วยและตัวเองก็จะได้เรียนไปพร้อมลูกด้วย

ตอนนี้ก็กำลังมองหาคีย์บอร์ดที่จะเอามาต่อกับคอมเพื่อใช้สอนลูก ถ้าได้มาเมื่อไหร่เราก็จะได้เริ่มเรียนกันเลย……….แม่ตื่นเต้นแต่ก็อดหวั่นใจไม่ได้ว่าจะไหวไหม โปรแกรมราคาเเพง ซื้อมาแล้วลูกไม่เรียนจะทำไงดี….ก็นะ ไม่เรียนวันนี้ก็ลองวันต่อไป ลองไปเรื่อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จนลูกโตเลยละกัน ฮ่าๆๆๆ สรุปคือ  เวิ่นเว้อมาเป็นปี เก็บเงินมาทั้งปีเพื่อซื้อโปรแกรมนี้โดนเฉพาะ ก็เอามันซะเลย (วะ) ได้ไม่ได้ค่อยว่ากันอีกที

 

สู้ๆ เพื่อลูก Angel

 

แม่

บ้านเราที่บรัมตั้น เจคอบสามขวบครับ

โพสท์ใน เจคอบ...เรียนดนตรี | ติดป้ายกำกับ , , , | 1 ความเห็น

รวบรวมขั้นตอนการสอนลูกวัยทารกถึงวัยหัดเดินอ่านหนังสือให้ "ออก" ก่อนเข้าโรงเรียน

สวัสดีค่ะ วันนี้แม่เจคอบเอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ โดยการรวบรวมประสบการณ์สอนเด็กอ่านหนังสือออกเป็นขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนจบ และการต่อยอดหลังจากที่ลูกอ่านหนังสือออกได้

วิธีการสอนเด็กอ่านหนังสือในปัจจุบันนี้มีหลายวิธีมาก ตามนี้เลยค่ะ
วิธี whole word/sight reading or looksay method ของ Glen Doman หลักปฎิบัติอย่างย่อๆคือ ดูบัตรคำแยกเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มผลไม้ กลุ่มสัตว์ ให้ดูบัตรคำอย่างเดียว ห้ามสะกด ห้ามดูรูป ดูสามกลุ่มต่อวัน กลุ่มละห้าคำ วันละสามครั้ง แต่วิธีนี้ห้ามทดสอบ ห้ามถามว่าคำนี้อ่านว่าอย่างไร

วิธี โฟนิคส์ของ Rudolph Flecsh ผู้เขียนหนังสือ Why Johnny Can’t Read หลักการคือต้องรู้จักเสียงก่อน จากนั้นก็ผสมคำ อ่านออกเสียง เขียนคำ ห้ามเดาคำ แยกคำเป็นกลุ่มโดยดูจากเสียงสระ เช่นกลุ่ม short a เสียง เเอ๊ กลุ่ม short e เสียง เอะ วิธีนี้เน้นทดสอบไม่รู้จริงก็ต้องทำแบบฝึกหัดต่อจนอ่านได้ก่อนที่จะเริ่มกลุ่มต่อไป

วิธี whole words + Phonics ของ Larry Sanger ผู้ก่อตั้ง wikipedia (ความจริงตอนที่เราเอาวิธีเค้ามาใช้นั้นก็ไม่รู้ว่าเค้าเป็นใครเพราะเค้าใช้ล็อกอิน) วิธีนี้ ดูทั้งคำ ทั้งรูป ออกเสียงสะกดด้วย เดาคำได้ไม่เป็นไร ดูวันละครั้งสองครั้งหรือแล้วแต่สะดวก

หลังจากที่ทำความเข้าใจกับทั้งสามวิธี จขกทเลือกวิธีที่สามค่ะ เพราะเชื่อว่าถ้าเราเลือกจุดเด่นของสองวิธีแรกมาปรับใช้ให้เหมาะกับลูกเรา ผลที่ได้น่าจะดีกว่าการใช้วิธีเดียวเเบบสุดโต่ง อีกอย่างวิธี whole word มันก็มีข้อเสียคือเด็กๆที่เรียนอ่านหนังสือจากวิธีนี้บางส่วนจะอ่อนการสะกดคำ ส่วนวิธีโฟนิคส์แบบ 100% ก็คงจะไม่เหมาะกับเด็กเล็กที่อายุยังไม่ถึงขวบหรือสองขวบด้วยซ้ำ ดังนั้นวิธีที่สามน่าจะลงตัวสุดๆ

จุดเริ่มต้นของการสอน – วิธี Sight Words และสื่อที่ใช้สอน
ตอนนั้นลูกชายอายุ 15 เดือน เราเริ่มสอนด้วยวิธีการ sight words ก่อน เพราะว่าลูกยังเล็กมาก ยังพูดหรือออกเสียงไม่ได้ วิธีที่เหมาะสมที่สุดคือวิธีนี้ เราเริ่มจากการทำบัตรคำด้วยตนเอง โดยอาศัยวิธีการจากหนังสือ How to Teach Your Baby to Read ของ เกล็น โดแมน ตอนแรกที่เริ่มทำ เราเริ่มเจอปัญหาคือ ต้องเตรียมอุปกรณ์เยอะ ต้องมานั่งทำบัตรคำ จัดเก็บ และบันทึกว่าลูกดูคำไหนไปแล้วบ้าง ปัญหาหลักที่เจอคือลูกชายไม่ชอบดูบัตรคำเอาซะเลย ทั้งๆที่เราก็ทำทุกอย่างตามที่หนังสือบอกมา มีข้อมูลแน่นปึ๊ก แต่เจ้าลูกชายพอเจอบัตรคำก็จะหันหน้าหนี หรือทั้งเคี้ยว จับอม ในที่สุดก็ทำต่อไม่ไหว และต้องหาวิธีใหม่มารับมือกับลูกชาย
หลังจากได้หาข้อมูลจากเวบบอร์ด และบล็อกของแม่โฮมสคูล เราได้มาเจอเวบ
Brillkids และได้รู้จักกับโปรแกรม Little Reader นอกจากนั้นก็ดีวีดีที่เป็นที่นิยมกันคือ You Baby Can Read เราก็เปรียบเทียบโปรแกรมสองชุดนี้ แล้วตัดสินใจลงตัวกับ Little Reader เพราะว่าเป็นโปรแกรมที่ใช้ได้ไม่มีจำกัด ต่อเติม ตกแต่ง สร้างบทเรียนเองได้ ทำบัตรคำ ปริ๊นต์บัตรคำได้ และมีหลักสูตรสำเร็จรูปให้เราได้เอามาสอนลูกอีกเป็นเวลาหนึ่งปี ถ้าเราซื้อดีวีดี ลูกดูจบแล้วก็จบเลย เอาไปต่อยอดไม่ได้ เลยใช้ Little Reader แค่อย่างเดียว

ตอนแรกก็กังวลเหมือนกัน ว่าลูกยังเล็กนัก จะให้ดูคอมพิวเตอร์ได้หรือ แต่พอได้โหลดโปรแกรมมาทดลองใช้ ก็รู้ว่า ตัวบทเรียนใช้แวลาน้อยมากๆ ในหนึ่งวัน ลูกดูบทเรียนสองรอบ รอบละไม่เกินห้านาทีด้วยซ้ำ อีกอย่างจอคอมเราเป็นจอแบน อัตราการรีเฟรชสูง ทำให้มีอันตรายน้อยกว่าจอนูนแบบเก่า แถมเจ้าลูกชายก็ชอบดูโปรแกรมมากๆ หลังจากที่เมินบัตรคำ พอมาเจอ Little Reader ร้องให้ขอดู ปิดไปก็ร้องทันทีค่ะ พอให้ดูมาได้ระยะหนึ่ง ลูกชายอายุ 1.11 ขวบ ก็เริ่มอ่านคำแรกให้ฟัง ยังจำได้ดีว่า คำแรกที่ลูกอ่านได้คือคำว่า Truck พอเริ่มอ่านคำแรกได้ คำอื่นๆก็เริ่มมา พอลูกอายุ 2.2 ขวบก็เริ่มอ่านประโยคง่ายๆในบทเรียนได้
หลักสูตรของ Little Reader จะแบ่งออกเป็นสองเทอม เทอมละ 130 วัน รวมทั้งหมด 260 วัน เด็กจะเริ่มเรียนอ่านคำเดียวก่อน จากนั้นก็คำคู่ วลี ประโยค จนสุดท้ายก็เริ่มเรียนอ่านนิทาน หลักๆแล้วหลักสูตร Little Reader เป็น sight words แต่มีเพิ่มโครงสร้างโฟนิคส์ด้วย ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 21 ของหลักสูตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่น่าสนใจเพราะเด็กจะได้เรียนโฟนิคส์ไปด้วยในตัว

นี่เป็นวิดิโอลูกชายอ่านประโยคจากบทเรียน Simple Sentences ของ Little Reader ตอนอายุได้ 2 ขวบกับสองเดือนค่ะ

 

ช่วงที่สอง – เริ่มสอนโฟนิคส์
หลังจากที่ลูกดู Little Reader มาได้ระยะหนึ่ง เราก็เริ่มสอนโฟนิคส์ให้ลูก ตอนนั้นลูกชายอายุได้ 18 เดือน เริ่มชอบเลียนเสียง ทำเสียงต่างๆได้ เราเลยเริ่มสอนโฟนิคส์ วิธีสอนของเรา
เราสอนผ่านการเล่นเกม เพลง วิดิโอยูทูป และที่สำคัญที่สุดคือ ดีวีดี LeapFrog The Letter Factory เวลาที่ลูกดูดีวีดี เราจะนั่งดูกับลูกด้วยทุกครั้ง เพราะเราเองก็ไม่แม่นโฟนิคส์เท่าไหร่ พอได้ดูกับลูกก็เริ่มจำเสียงได้ จำได้พร้อมๆกับลูกนั่นเองค่ะ นอกจากจะดูดีวีดีแล้ว เรายังเล่นเกมต่อพัสเซิลกับลูก เวลาลูกต่อตัว a เราจะพูด a แอ แอ๊ปเปิล ตัว b ก็ b เบอะ บาสเก็ต ทำอย่างนี้ทุกครั้งที่ต่อตัวอักษรค่ะ แล้วก็มีร้องเพลงโฟนิคส์ จำมาจากยูทูปแล้วก็มาร้องเล่นกันสองคนกับลูกชาย ลูกชายจำเสียงตัวอักษรได้ทุกตัว เมื่อตอนอายุประมาณ 20-21 เดือนค่ะ ใช้เวลาในการสอนแค่สองถึงสามเดือนเท่านั้นเอง พอลูกเราจำเสียงได้ เราก็เริ่มสอนลูกผสมคำ เราเอาแบบฝึกหัดมาจากหนังสือ Why Jonny Can’t Read ใช้ Little Reader ทำบัตรคำแล้วก็ปริ๊นต์ออกมากให้ลูกดู แต่ค่อนข้างลำบาก เพราะลูกไม่ชอบดูบัตรคำ แถมกฎของการสอนแบบนี้ลูกต้องอ่านคำนั้นๆออกก่อนที่เราจะเริ่มให้อ่านคำใหม่ได้
ช่วงแรกที่ผสมคำ ทำไปแบบช้ามากๆ ลูกเองก็ยังพูดไม่ได้ กว่าจะผ่านได้แต่ละชุดใช้เวลาเป็นเดือนค่ะ วิธีที่เราใช้ทดสอบว่าลูกอ่านได้ไหมคือ การให้เค้าเดินไปหนิบคำที่เราต้องการทดสอบ ถ้าหยิบถูกห้าครั้งติดกัน หรือหยิบถูกทุกครั้งที่ถาม แสดงว่าอ่านได้ ก็จะข้ามไปคำต่อไป
เราทำแบบนี้มาเรื่อยๆ จนเมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ คุณ Larry Sanger ทำเวบสอนผสมคำด้วยโฟนิคส์เสร็จ เราก็เลยไม่ต้องทำบัตรคำเองแล้ว เข้าเวบนี้อย่างเดียวเลยค่ะ เวบที่ว่าคือ
Reading Bearฟรีด้วยค่ะ ดีมากๆค่ะ
ณ วันนี้ ลูกชายเราอายุ 2.11 ขวบ อ่านหนังสืออก ผสมคำเป็น แยกรหัสโฟนิคส์ได้ และคิดว่าน่าจะทำได้ในระดับเดียวกับเด็ก Grade 1 ค่ะ
วิดิโอ ลูกชายออกเสียงโฟนิคส์ตอนอายุ 1 ขวบ 8 เดือนค่ะ

 

 

ขั้นตอนสุดท้าย – อ่านหนังสือเป็นเล่มได้แล้ว
เราให้ลูกดู Little Reader ต่อมาเรื่อยๆ และในเวลาเดียวกันก็สอนโฟนิคส์ตามวิธีข้างบน ทำเรื่อยๆมาจนในที่สุดลูกก็จบหลักสูตรของ Little Reader ผลที่ได้คือ ลูกอ่านหนังสือเป็นเล่มได้แล้ว อ่านแบบอ่านได้จริงไม่ใช่จำเอาจากหนังสือที่เคยให้ฟังบ่อยๆ ลูกอ่านคำที่ไม่เคยเห็นมาก่อนได้ และตอนนี้ก็ชอบอ่านหนังสือ ทั้งชอบอ่านเองและขอให้แม่อ่านให้ฟัง
ผลพลอยได้อีกอย่างคือ Little Reader เป็นการสอนแบบแฟรช ช่วยกระตุ้นสมองซีกขวา เราคิดว่าช่วยให้ลูกเราจำอะไรได้ดีและเร็วด้วยค่ะตอนนี้เรียนจบแล้ว เราก็ยังใช้ Little Reader อยู่ เราเอามาสอนวิชาอื่นด้วย เช่นภาษาต่างประเทศ เลข ความรู้สาราณุกรม และก็การสอนอ่านภาษาไทยค่ะ เราแปลหลักสูตรเป็นภาษาไทยแล้วเอามาให้ลูกดูอีกที
ในห้องสมุดออนไลน์ของ Little Reader มีไฟล์ให้ดาวน์โหลดเป็นพันๆไฟล์ เราเลือกเนื้อหาที่เราสนใจ หรือลูกสนใจ แล้วเอามาให้ลูกดู นอกนากนี้เราก็แต่งหนังสือเอง เอาสิ่งของรอบตัวลูกมาทำเป็นหนังสือ แล้วให้ดูผ่าน Little reader ซึ่งก็เป็นการอ่านแบบขั้นสูงขึ้นมานิดเมื่อเทียบกับเนื้อหาของหลักสูตร นอกจากนี้ลูกก็ยังคงได้ดู
Reading Bear อยู่ทุกวัน เพราะเป็นขั้นต่อยอด และเริ่มผสมคำที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
ลูกชายอ่านหนังสือที่แม่ทำให้

 

ลูกชายกับบทเรียนที่ทำเองและดาวน์โหลดมาเพิ่มจากห้องสมุด Little Reader

 

ลูกชายอ่านประโยคจากบัตรคำ

 

 

ลูกชายอ่านหนังสือนิทานเป็นเล่ม

 

ข้อควรจำ

เวลาสอนลูก พ่อแม่ต้องวางความคาดหวังๆต่างๆนาๆไว้ให้หมด เพราะถ้าเราหวังเยอะ จะมีความกดดัน ลูกจะไม่สนุกเวลาที่เราสอน คิดเสียว่าเป็นการใช้เวลาสองต่อสองและเล่นกับลูก เราคิดว่าการสอนลูกเหมือนกันการกรอกน้ำลงขวด กรอกเยอะได้เยอะ กรอกน้อยไได้น้อย กรอกไม่ถูกช่องน้ำก็กระฉอก เปียกคนกรอกอีก

ฝ่ายค้านการสอนเด็กเล็กอ่านหนังสือ
เราเจอเยอะค่ะ ทั้งคนข้างกาย หรือคนรอบข้างที่ไม่เข้าใจว่าจะสอนให้อ่านไปทำไม่แต่เล็กๆ ปล่อยลูกให้เล่นๆไปเถอะ บางคนก็บอกจะเป็นไปได้เหรอเด็กเล็กอ่านหนังสือออก เป็นไปได้สิคะเราะเราเองก็อ่านหนังสืออกตั้งแต่ก่อนเข้าอนุบาลเหมือนกัน…..
บางคนก็บอกอย่าไปบังคับลูกเลย น่าสงสาร ปล่อยให้เด็กเป็นเด็ก เด็กเรียนผ่านการเล่น อ่านหนังสือออกตอนโตก็ไม่เห็นจะเเปลก เดี๋ยวเด็กก็ตามกันทันเองแหละ อ่านออกเร็วเดี๋ยวไร้จินตนาการ อย่าเลยหมอห้ามไว้ หมอบอกว่าไม่ดีต่อเด็กบ้างอะไรบ้าง บลาๆๆๆๆ
ความคิดเห็นส่วนตัวของเจ้าของกระทู้คือ เด็กเล็กๆเก่งกว่าที่เราคิดเยอะ ถ้าได้รับการสอนที่ถูกต้อง เด็กก็จะเติบโตมาเป็นเด็กที่น่ารัก มีความสุข อีกอย่างที่เริ่มสอนเร็วเพราะมันสอนง่ายค่ะ นั่งตักแม่ดูบัตรคำ ดู Little Reader หอมแก้มกัน ปรบมือ ชม หัวเราะ จั๊กจี้กัน สนุกสนาน อีกอย่างสิ่งเร้ายังน้อย ยังเดินไม่คล่องทำให้สอนไม่ลำบาก แต่พอโตมาก็ขอเล่นรถมั่ง ขอดูรถขยะมั่ง ขอดูโทมัสมั่ง เดินไปมา วิ่งเล่น กระโดด บางคนไม่เอาเลยก็มี ทำให้สอนลำบากมาก
ช่วงแรกของการสอนเป็นช่วงที่ต้องทุ่มเทหน่อย แต่พอโตมาแล้ว คุ้นเคยกับการอ่านแล้วการสอนจะง่ายขึ้น ดูบทเรียนครั้งละสามนาทีก็พอแล้ว
ตอนนี้คนใกล้ตัวหันมาให้กำลังใจแล้วเพราะเห็นว่าสิ่งที่เราทำอยู่ได้ผลจริง และลูกก็เป็นเด็กสมวัย ร่าเรืง ขี้เล่น ป่วนบ้างตามวัย

เราไม่เคยบังคับลูก ถ้าลูกไม่อยากทำก็หยุด แล้วลองใหม่ ให้ลูกเป็นผู้ตัดสินใจ เวลาสอนก็สอนด้วยความสุข สนุกสนานกระโดดโลดเต้น หอมแก้มกันมั่งอะไรมั่ง แล้วก็ถ้่าเราเริ่มสอนตอนที่เค้ายังเล็กๆ เด็กจะเริ่มคุ้นเคยกับบทเรียน และไม่จำเป็นต้องไปบังคับให้ลูกอ่านหนังสือ
สุดท้ายแล้ว ไม่่ว่าพ่อแม่จะสอนลูกอ่านหนังสือหรือไม่นั้น มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละครอบครัว ไม่ว่าจะสอนหรือไม่สอนพ่อแม่ทุกคนก็อยากให้ลูกได้ในสิ่งที่ดีที่สุดอยู่แล้ว สำหรับเจ้าของกระทู้แล้ว เจ้าของกระทู้ก็เป็นแค่แม่คนหนึ่ง ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการสอนเด็กเล็ก ถ้าเจ้าของกระทู้สามารถช่วยให้ลูกเพิ่มขีดความสามารถหรือทำทุกสิ่งได้ตามสมรรถภาพสูงสุด โดยที่ทำแล้วลูกมีความสุข สนุกสนาน เราก็จะทำทุกอย่างเต็มความสามรถค่ะ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคนที่กำลังมองกาวิธีสอนเด็กเล็กอ่านหนังสือไม่มากก็น้อยค่ะ

แอ๋ว แม่เจคอบ

 

สั่งซื้อ โปแกรม Little Reader และโปแกรมอื่นๆของ Brillkids ในราคาพิเศษสำหรับคนไทยได้ที่

www.kroopohmae.wordpress.com

โพสท์ใน เจคอบ...แบ่งปันข้อมูล | ติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , , , | 2 ความเห็น

เชิญเพื่อนๆมาร่วมสนุก…แจกหนังสือนิทานอิสปของ Brillkids ค่ะ

หลังจากที่ส่งวิดิโอเจคอบ เข้าประกวดแล้วได้รางวัลประเภทเฮฮาได้โล่ห์มาเรียบร้อย… Brillkids ใจดีให้คูปองนิทานอิสปฟรีมาหนึ่งชุด มีทั้งหมด 5 เล่ม คูปองอันนี้แลกได้ทั้งนิทานอิสปชุดที่หนึ่งหรือสอง แต่แลกได้แค่ชุดเดียวนะคะ รายละเอียดนิทานตามนี้เลยจ้ะ

นิทานอิสปชุดที่หนึ่ง
The Lion and the Mouse
The Fox and the Grapes
The Boy Who Cried Wolf
The Turtle and the Rabbit
The Fox and the Crow

prod-books-aesops-1003

นิทานอิสปชุดที่สอง
The Ant and the Grasshopper
The Goose that Laid the Golden Eggs
The Dog and the Bone
The Crow and the Jug
The Wind and the Sun

prod-books-aesops-2003

แม่เจคอบมีแล้วทั้งสองชุด เลยอยากเอาคูปองที่ได้มาชวนเพื่อนๆร่วมสนุกกัน วิธีก็ง่ายมาก แค่ลงชื่อตรงคอมเม๊นต์ แล้วจะนำเอาชื่อเพื่อนๆไปจับฉลาก หมดเขตวันที่ 19 พ.ย. นะจ้ะ

นิทานชุดนี้ ออกแบบมาเพื่อช่วนสอนเด็กอ่านหนังสือ ตัวหนังสือกับรูปจะอยู่คนละหน้ากัน ตัวหนังสือโต ภาพสีทั้งชุด คนที่มี Little Reader ก็จะได้ทั้งหนังสือและไฟล์ดิจิตอลไปดาวโหลดลงโปรแกรม Little Reader ได้ด้วย ส่วนคนที่ไม่มีก็ไม่เป็นไร เพราะก็ได้หนังสือดีๆไว้อ่านให้ลูกฟังค่ะ

ปล หนังสือฟรีนะจ้ะ แต่ว่าต้องเสียค่าจัดส่งเองค่ะ ค่าส่งไปเมืองไทยแบบธรรมดาก็ US$11.54 ค่ะ

โพสท์ใน เจคอบ...แบ่งปันข้อมูล | ติดป้ายกำกับ , | 41 ความเห็น