คราวนี้แม่เอาจริงแล้วน๊า (ย้ายมาจาก bloggang.com)

หลังจากที่มีบล็อกเกลื่อนกลาดไปทั่ว ทั้ง hi5, multiply, diarylove คราวนี้แม่คงต้องหาที่สิงสถิตซะที เพราะแม่ต้องจริงจังกับการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆของเจคอบมากขึ้น ตอนแรกแม่ก็ลังเลอยู่ว่าจะเขียนบล๊อกเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษดี ไหนๆก็ตั้งใจจะปั้นให้เจคอบเป็นเด็กสองภาษาให้ได้ แม่ก็จะเขียนบล็อกเป็นภาษาไทยละกันนะครับลูก

แม่และเเด๊ดดี๊ตั้งใจว่าจะมีเจคอบแค่คนเดียวเพราะเราอยากให้ลูกได้รับสิ่งที่ดีที่สุด แม่เองก็เป็นลูกคนเดียวนะครับลูก และแม่ก็คิดว่าการเป็นลูกคนเดียวนี่วิเศษที่สุดเลย ตอนนี้แม่ก็แอบมีความคาดหวังเล็กๆกับเค้าเหมือนกันนะ แม่หวังว่าลูกแม่จะเป็นเด็กที่มีความสุข และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ

แม่ชอบอ่านบล๊อกของคุณดวงขวัญแม่ข้าวสวยกับมวยไทย เพราะว่าเป้าหมายของแม่เหมือนกับคุณขวัญซึ่งก็คือ

“Mae do not expect a genuis son but Mae will do everything in my power to help you attain your fullest potentials”

มาดูกันนะว่าเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย แม่ทำอะไรให้หนูบ้าง

ภาษา
แม่ถือว่านี่คือ first priority ของแม่ เนื่องจากลูกจะเติบโตในประเทศที่ไม่ใช้ภาษาไทย และคนรอบข้างก็พูดภาษาไทยไม่ได้ซักคน แม่เลยต้องทุ่มเทให้เรื่องนี้มากที่สุด แม่หวังว่าลูกจะเป็นเด็กสองภาษาอย่างสมบูรณ์แบบ พูดคล่องทั้งไทยทั้งอังกฤษ แม่รู้ว่ามันไม่ง่ายแต่แม่จะพยายามอย่างสุดความสามารถ ตอนนี้แม่ก็หาข้อมูลและอ่านหนังสือเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็กสองภาษาอยู่ อีกอย่างที่สำคัญและแม่เชื่อว่าจะช่วยลูกได้เยอะก็คือ baby sign languag แม่เริ่มสอน ASL ให้ลูกตั้งแต่ตอนที่ลูกอายุได้ 5 เดือนครึ่ง จนตอนนี่ลูก 7 เดือนครึ่งแล้ว แต่ลูกยังส่ง sign ไม่ได้ แต่แม่ไม่ท้อหรอกนะ เพราะแม่รู้ว่าเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนเรียนรู้เร็ว บางคนช้ากว่า เพราะฉะนั่นแม่ก็จะทำสิ่งที่แม่ทำอยู่อย่างสม่ำเสมอ ทุกๆวัน เพราะแม่เชื่อว่าวันหนึ่งลูกแม่ต้องทำได้ ตอนนี้แม่สอนลูกอยู่สาม signs คือ “Milk, More, and Eat” ไว้หนูทำสาม signs นี้ได้ แม่ค่อยสอน signs ใหม่ๆเพิ่ม

คณิตศาสน์
แม่สนใจกระดานร้อยช่องมาก และก็กำลังหาข้อมูลอยู่ กว่าลูกจะโตพอที่จะเริ่มเล่นกระดาน แม่คงมีข้อมูลแน่นพอที่จะสอนลูกได้

การพัฒนา EQ
แม่พึ่งสั่งหนังสือสามเล่มจาก Amazon.ca เกี่ยวกับเรื่องนี้ แม่คงต้องศึกษาเรื่องนี่ให้ลึกอีกทีเพราะแม่ว่าเด็กที่มี EQ สูง ก็คือเด็กที่มีความสุขนั่นเอง นอกจากนั้นแล้ว แม่ก็ได้สั่งหนังสือเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกแนว Montossoriมาสองสามเล่ม เพราะแม่ว่าการเลี้ยงเด็กแบบ Learning from experience นั้นน่าสนใจมาก และถ้าลูกสนุกกับการเรียนแบบนี้แม่ก็จะส่งลูกเข้า Montossori Pre-school ซะเลย

เจคอบครับ ณ วันนี้แม่มีความสุขมากที่ได้อยู่กับลูกทุกวัน แม่สัญญาว่าแม่จะทำทุกอย่างที่แม่ทำได้เพื่อให้ลูกของแม่เป็นเคนคุณภาพและที่สำคัญคือเป็นคนที่มีความสุขมากที่สุดคนหนึ่งบนโลกใบนี้

บันทึกวันที่ 12 ก.ค. 2009 ณเมือง Brampton ประเทศCanada
ณ วันนี้ เจคอบของแม่อายุ 7 เดือน 2 อาทิตย์ 6 วัน

รักลูกที่สุด

แม่

บันทึกวันที่ 12 ก.ค. 2009 ณเมือง Brampton ประเทศCanada
ณ วันนี้ เจคอบของแม่อายุ 7 เดือน 2 อาทิตย์ 6 วัน

รักลูกที่สุด

แม่

Photobucket

โพสท์ใน Letters to Jakob | ใส่ความเห็น

บันทึกรวบยอด เจคอบวัยสามขวบ

ห่างหายจากการบันทึกเรื่องราวของเจคอบไปนาน..มาวันนี้เจคอบสามขวบกับหนึ่งเดือนแล้วซิ..เดือนนี้เป็นเดือนแห่งความขี้เกียจเพราะพ่อเจคอบหยุดยาว เลยเกาะกันเป็นตังเม ไม่เป็นอันทำอะไร..แต่ก่อนหน้านั้นก็มีเรื่องให้ปวดหัวกันเยอะพอสมควร…กลับมานั่งนึกดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับช่วงเดือนที่ผ่านมาบ้าง ก็พอจะนึกออกได้ประมาณนี้

เจคอบได้ประกาศผลการเรียนเป็นครั้งแรก

หลังจากที่ได้อ่านดูแล้ว เห็นด้วยกับครูในบางเรื่อง และไม่เห็นด้วยในหลายๆเรื่่องๆ การตัดเกรดจะแบ่งเป็น

  • 1 N/A ทำไม่ได้
  • 2 Start Developing
  • 3 Developing
  • 4 Well Developed

หลายๆเรื่องที่แม่เห็นด้วยกับครูที่ให้เจคอบแค่ 2-2.5 เช่น การรอคิว การแสดงบทบาทสมมุติกับเพื่อน การใช้กรรไกร และการจับดินสอหรือระบายสี หรือแม้กระทั่งการพยายามช่วยเหลือตนเอง เช่นใส่เสื้อผ้ารองเท้า กินข้าวเอง..พวกนี้ แม่รู้ดีว่่าลูกอยู่ในระดับที่ครูประเมิณ แต่มีหลายๆเรื่องที่ไม่เห็นด้วย และไม่เข้าใจการประเมินของครูคือ Cognitive and Language Development

เช่น…

  • การท่อง ABC  เจคอบท่องได้หมด…ครูก็บันทึกว่าท่องได้ แต่ทำไมถึงไม่ให้ 4 ทำไมให้แค้ 3
  • จำตัวอักษรได้ทุกตัว เจคอบจำได้หมด ครูก็รู้ว่าจำได้ แต่ทำไมถึงไม่ให้ 4
  • จำเสียงโฟนิคส์ได้บางตัว…..ครูบันทึกว่าเจคอบจำได้ทุกตัว…แต่ทำไมให้แค่ 3ไม่ให้ 4 ทั้งๆที่หลักการประเมิณคือต้องจำได้เป็นบางตัว แม่เองรู้ดีว่าเจคอบนอกจากจะจำได้หมดแล้ว ยังอ่านได้ด้วย แถมถอดรหัสคำได้ในระดับเดียวกับเด็กเกรดหนึ่ง
  • จำเลข 1-10 ได้ ครูก็รู้ว่าจำได้ แต่ทำไมยังกดเกรดอยู่
  • จำรูปทรงพื้นฐานได้ ลูกก็ทำได้ ครูก็รู้ แต่ก็ยังไม่ให้ 4
  • นับเลข –20 นับได้อีก..แต่ไม่ให้  4 เหมือนกัน

และยังมีอีกหลายๆอย่างๆที่ลูกทำได้ แต่ครูยังกั๊กให้แค่ 3 ไม่รู้เพราะอะไร….หรือต้องรอให้เรียนจบปีการศึกษาก่อนถึงจะได้ 4 หรือเป็นเพราะลูกพึ่งไปโรงเรียนได้สามเดือน ครูเลยไม่แน่ใจว่าที่ทำได้น่ะ มันฟลุกหรือย่างไร….แต่ถ้าแม่เป็นครู นักเรียนทำได้แค่ไหนก็จะตัดเกรดแค่นั้น….ตอนที่เห็นก็งงเล็กน้อยว่าประเมิณกันอย่างไร..เพราะความคิดเห็นที่ครูบอกไว้ ลูกก็ทำได้หมดแต่ยังไม่ให้เกรดเต็ม และตัวแม่เองก็รู้ว่าลูกทำอะไรได้บ้างไม่ได้บ้าง….…พ่อเจคอบบอกว่า…ครูเห็นลูกแค่วันละสามชั่วโมง คงจะสังเกตุได้ยากว่าลูกทำอะไรได้บ้าง  แถมที่เราส่งลูกไปเรียนก็เพื่อให้มีเพื่อนเล่น ไม่ได้ให้ไปเป็นนักเรียนคร่ำเคร่งอะไร อีกอย่าง อยู่แค่เตรียมอนุบาลเอง…จะอะไรนักหนา…อ่ะนะ ฮ่าๆๆๆ… เดี๋ยวรอดูสิ้นปีว่าจะประเมิณผลออกมาว่าอย่างไร 

แม่เองก็ไม่เคยบอกครูว่าเจคอบทำอะไรได้บ้าง เพราะอยากให้ลูกได้เรียนสนุกๆ ตอนนี้อยู่แค่เตรียมอนุบาล ไม่อยากให้เเปลกแยกจากเพื่อน อยากให้เล่นสนุกๆเหมือนเพื่อนๆทั่วไป แต่พอเข้าชั้นอนุบาล คงต้องคิดดูอีกทีว่าจะบอกครูดีไหมว่าเราสอนลูกที่บ้าน และลูกทำอะไรได้บ้าง ถ้าบอก ครูก็จะได้ช่วยดูแล หาทางท้าทายช่วยให้ไม่เบื่อเวลาที่เรียนเกี่ยวกับสิ่งที่รู้แล้ว….แต่ถ้าไปได้ครูที่ไม่เชือเรื่อง early learning ล่ะซวยเลย…ต้องดูกันต่อไป เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องหาวิธีรับมือ

มาพูดถึงสภาวะอารมณ์ของลูกบ้าง ช่วงเดือนที่ผ่านมา ลูกเปลี่ยนไปอีกแล้ว จากเด็กน่ารัก กลายเป็นเด็กชอบลองของ ทำเอาแม่ปี๊ดจัดๆไปหลายวัน ในที่สุดก็โดนนับไปหลายครั้งมาก จนในที่สุด เราก็หาสาเหตุเจอว่ามาจากอะไร….สาเหตคือโมโหหิว….ทุกๆครั้งที่ลูกวีน มันจะเริ่มจากการที่ลูกไม่ยอมกินข้าว พอไม่ได้กินก็จะหิว หิวแล้วก็โมโห พอโมโหก็ออกฤทธิ์ …….แต่พอเริ่มกลับมากินข้าวอีก ก็อารมณ์ดีเหมือนเดิม….

ช่วงสองสามวันมานี้ เจคอบกลับเข้าสู่โหมดเด็กน่ารักเหมือนเดิม กินข้าวอิ่ม เล่นสนุก ดูบทเรียน แถมชอบเอาใจแม่ อันนี้แม่ชอบมาก เวลาเจคอบเริ่มทำตัวไม่น่ารัก แม่จะทำหน้่าเสียใจ หรือไม่พอใจ เจคอบจะเดินมาหา แล้วบอกแม่ว่า มอมมี่ แฮปปี้นะ…..พอแม่ยิ้ม เราก็กอดกัน เจคอบก็เลิกทำตัวไม่น่ารักทันที Red heart

ลูกพูดเก่งขุึ้นมาก ทักษะการพูดภาษาอังกฤษดีมากๆ โต้ตอบได้เป็นประโยคค่อนข้างสมบูรณ์ ภาษาไทยก็ดีขึ้นมาก คุุยโต้ตอบได้ดีพอสมควร แต่ภาษาฝรั่งเศษยังลุ่มๆดอนๆเหมือนเดิม นอกจากนั้น ลูกยังช่างวางเเผน เจ้าเล่ห์…..อย่างคืนนี้ พ่อนอนดูทีวีอยู่..ลูกเรียกพ่อให้มาเล่นด้วย แต่พ่อไม่ยอมมา เจคอบเลยเดินไปชวน พ่อไม่มาอีก….ลูกเลยบอกพ่อว่า “เเด๊ด จับมือเจคอบหน่อย”  พอพ่อจับมือ เจคอบก็ลากเลย ลากพ่อไปเล่นด้วย…….พอเล่นด้วยกันได้สักพัก พ่อก็จะกลับไปดูทีวีต่อ… พอพ่อลุกขึ้น..เจคอบพูดว่า “เเด๊ด จะไปไหน ไหนบอกจะอยู่จับมือหนูไง” Open-mouthed smile

ทำเอาพ่อขำก๊ากเลย……นอกจากนี้ยังมีวีรกรรมการวางเเผนต่างๆมากมาย เช่นเอากระเป๋าเป้ตัวเองไปวางไว้หน้ารถ ด้านคนขับ แล้วเดินมาบอกว่า แม่ๆ เดี๋ยวหนูไปเอากระเป๋าเป้ก่อนนะ มันอยู่เบาะหน้า…..เจตนาคือ อยากไปเล่นพวงมาลัยรถนั่นเอง….Winking smile

วัยสามขวบนี่เป็นวัยแสบวัยซน วัยเถียงเก่ง วัยชอบลองของ และชอบต่อรอง แต่เริ่มเข้าใจเหตุผล และผลกระทบต่างๆ ช่างเจรจา ช่างซักถาม และน่ารักที่สุดดดด

รักลูกครับ

แม่

เจคอบ 3.1 ขวบ เขียนที่บ้านเรา Brampton ON.

โพสท์ใน Letters to Jakob | ติดป้ายกำกับ , , , | ใส่ความเห็น

เจคอบ…..วัยสามขวบ กับการเป็นนกเเก้วนกขุนทอง

ไม่ได้บันทึกเรื่องราวการเรียน Encyclopaedic Knowledge (EK) ของเจคอบมานานมากๆเลย ทั้งๆที่ตอนนี้บทเรียนหลักๆที่เราเรียนกันผ่าน Little Reader ก็ไม่ใช่เรียนอ่านหนังสือเหมือนเคย แต่เป็นการเรียน EK หรือความรู้สาราณุกรม และภาษาไทย กับ ภาษาฝรั่งเศษ

ถ้ามานั่งนึกดูว่าเราได้ดูอะไรไปบ้างก็สรุุปได้เป็นข้อๆดังนี้

  • ธงชาติของประเทศต่างๆ เจคอบจำธงชาติของแต่ละประเทศที่ได้ดู ได้เกือบหมด ไปเจอธงที่ไหนก็จะตอบได้ว่าอันไหนของประเทศอะไร ไม่ว่าจะเป็น USA,Canada,UK, Australia, Germany ไปจนถึงแคมมารูน เกาหลี มาเลย์ ฮ่องกง ไทย จำได้หมดเลย….เจคอบชอบบทเรียนธงชาติมากๆ เพราะแต่ละประเทศจะมีเพลงชาติประกอบมาด้วย เจคอบชอบร้องเพลงชาตแคนาดา และขอให้แม่ร้องเพลงชาติไทยให้ฟัง…….พอถึงประเทศที่แม่ร้องไม่ได้ เจคอบจะบอกว่า “อาน นี่ มอมมี่ รอง ไม่ ด๊าย” Hot smile
  • ระบบสุริยะจักรวาล เจคอบสามารถเรียงลำดับดาวเคราะหฺ์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด ไปจนถึงอยู่ไกลดวงอาทิตย์ที่สุดได้ คือตั้งแต่ดาวพุธถึงดาวพลูโต และยังสามารถอ่านชื่อดาวแต่ละดวงได้หมดทุกตัว…….นี่เป็นผลจากการได้ดูบทเรียนที่ดาวน์โหลดมาจาก Little Reader นั่นเอง
  • ส่วนต่างๆของรถยนต์ บทเรียนนี้เจคอบชอบมากถึงมากที่สุด ขอดูบ่อยมากๆ เพราะลูกชอบรถมากนั่นเอง ตอนนี้ก็รู้จักส่วนต่างๆของรถ ตั่งแต่ พวงมาลัย ยันเสาอากาศวิทยุ
  • ส่วนต่างๆของพืช วิชานี้ เราดูกันหลายรอบแล้ว แต่แม่ไม่รู้ว่าลูกรู้หรือจำอะไรได้แค่ไหน เพราะยังไม่เคยได้ทดสอบเลย
  • ระบบย่อยอาหาร เหมือนกับข้อข้างบนคือนังไม่เคยได้ทดสอบ
  • ส่วนต่างๆของร่างกาย…เจคอบรูู้ตามที่ได้สอนมา
  • วงจรชีวิตกบ…อันนี้แม่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเจคอบจำได้ เพราะอย่างที่บอกคือ ไม่เคยได้ทดสอบอะไร ดูไปก็จบๆไป ไม่ได้กลับมาทวนอีก นอกจากลูกจะขอดู วันนี้ตอนที่อาบน้ำให้เจคอบ เจคอบอยู่ๆก็พูดขึ้นมาว่า “Ribbit, Ribbit, Frog life cycle, Tadpole, Tadpole with legs, young frog, adult frog, ribbit ribbit” ทำเอาแด๊ดกับแม่อ้าปากหวอ เพราะไม่นึกว่าจะจำได้ทั้งหมด….สมองเด็กเล็กนี่ช่างสุดยอดจริงๆ
  • วัน เจคอบ ท่องวันได้ครบทั้งเจ็ดวัน
  • ดือน เจคอบท่องเดือนได้ครบทั้งสิบสองเดือน แต่มีบางทีก็ต้องให้ช่วยบ้าง
  • ประเภทของลูกบอล….จากแต่ก่อนที่เห็นอะไรก็บอลๆหมดทุกอัน ตอนนี้เจคอบแยกได้ว่าลูกบอลแต่ละชนิดเรียนกว่าอะไร ตั้งแต่ฟุดบอล วอลเล่ย์บอล บาส เทนนิส ไปจนถึงเบสบอล…

นี่เป็นบทเรียนต่างๆที่เราได้ดูกันมาผ่าน Little Reader ตอนนี้เจคอบกำลังดู Space Part 1 ซึ่งเนื้อหาจะเกี่ยวกับการเดินทางไปอวกาศ เจคอบชอบมากๆ ดูมาเป็นอาทิตย์ๆแล้ว แม่ต้องทำ Space part 2 ให้ซะแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำเลย วันนี้จะพยายามทำให้ได้ นอกจากนั้นเจคอบก็กำลังดูวงจรชีวิตของผีเสื้อด้วย…..ชอบอีกเหมือนกัน อิอิ…เห็นลูกชอบและสนุกไปกับการดูบทเรียนแบบนี้ คนทำบทเรียนและคนสอนก็มีกำลังใจมากๆ อีกอย่างลูกเป็นเด็กที่โตมากับการเเฟรชบัตรคำ…เมื่อเชื่อว่าวิธีนี้ทำให้ลูกจำอะไรได้เร็ว

รักลูกมาก

แม่

เจคอบสามขวบ Brampton ON!!

โพสท์ใน เจคอบ...เรียนสาราณุกรม | ติดป้ายกำกับ , , , , | 2 ความเห็น

เมื่อแม่หูบอดอยากสอนดนตรีให้ลูกชายวัยซน (Jakob–3 yrs)

 

ในที่สุดก็ถึงเวลาที่จะเริ่มสอนวิชาที่หินที่สุดสำหรับแม่….นั่นก็คือสอนดนตรีให้เจ้าลูกชาย แม่เป็นคนหูบอด ฟังดนตรีไม่เป็น ไม่ชอบฟังเพลง ไม่ชอบร้องเพลง ร้องเพลงก็ไม่ถูกจังหวะ ร้องไม่เพราะ สรุปคือไม่มีหัวทางด้านนี้เลย ความรู้ทางด้านดนตรีติดลบสองหลัก…Ninja แต่แม่ก็อยากสอนลูก อยากให้ลูกได้เล่นเครื่องดนตรีเป็นกับเขาบ้าง …แล้วจะเริ่มยังไงดีล่ะเนี่ย…เมื่อคนสอนเล่นดนตรีไม่เป็นเอาซะเลย

ก็นะ…เนื่องจากแม่เป็นหนอน Google และชอบหาตัวช่วยและทางลัด อิอิ….ก็เลยไปค้น ไปอ่านรีวิว จนในที่สุดก็หาตัวช่วยเจอ…หุๆๆๆๆๆ ตัวช่วยตัวนั้นคือ Soft Mozart ที่มาลงตัวกับโปรแกรมนี้เพราะว่าลอกการบ้านชาวบ้านเขามาอีกที อิอิ…..จากที่ได้อ่านรีวิว หลายๆคนบอกว่าโปรแกรมนี้เหมาะกับเด็กเล็กมากกว่า Piano Wizard แม่ก็เลยตัดสินใจเลือกซื้อโปรแกรมนี้แทน…จริงๆแล้วอยากได้ Little Musician ของ Brillkids ด้วย แต่ว่าไม่เห็นคลอดซักที รอนานมากกกกแล้ว แต่ถ้าออกมาเมื่อไหร่ก็จะสอยทันที เพราะเท่าที่ได้ไปตามแอบอ่านกระทู้กลุ่มเบต้ามา โปรแกรมนี้สอนเด็กให้จำตัวโน๊ต คิดว่าจะช่วยส่งเสริมการเรียนเปียโนกับ Soft Mozart ได้ดียิ่งขึ้นไปอีก…….แต่ก็นะ แม่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตาบอดคลำช้าง….ยังไม่รู้เลยว่าเส้นทางการเรียนดนตรีของเรานี้จะเป็นอย่างไร Eye rolling smile

มีคนถามว่า ทำไมไม่รอให้ลูกโตอีกหน่อย แล้วส่งไปให้ครูสอน…ก็นะ แม่เป็นคนชอบสอนลูก ชอบมาก อยากสอนทั้งวัน…ก็เลยจะถือโอกาสนี้สอนลูกไปด้วยและตัวเองก็จะได้เรียนไปพร้อมลูกด้วย

ตอนนี้ก็กำลังมองหาคีย์บอร์ดที่จะเอามาต่อกับคอมเพื่อใช้สอนลูก ถ้าได้มาเมื่อไหร่เราก็จะได้เริ่มเรียนกันเลย……….แม่ตื่นเต้นแต่ก็อดหวั่นใจไม่ได้ว่าจะไหวไหม โปรแกรมราคาเเพง ซื้อมาแล้วลูกไม่เรียนจะทำไงดี….ก็นะ ไม่เรียนวันนี้ก็ลองวันต่อไป ลองไปเรื่อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จนลูกโตเลยละกัน ฮ่าๆๆๆ สรุปคือ  เวิ่นเว้อมาเป็นปี เก็บเงินมาทั้งปีเพื่อซื้อโปรแกรมนี้โดนเฉพาะ ก็เอามันซะเลย (วะ) ได้ไม่ได้ค่อยว่ากันอีกที

 

สู้ๆ เพื่อลูก Angel

 

แม่

บ้านเราที่บรัมตั้น เจคอบสามขวบครับ

โพสท์ใน เจคอบ...เรียนดนตรี | ติดป้ายกำกับ , , , | 1 ความเห็น

รวบรวมขั้นตอนการสอนลูกวัยทารกถึงวัยหัดเดินอ่านหนังสือให้ "ออก" ก่อนเข้าโรงเรียน

สวัสดีค่ะ วันนี้แม่เจคอบเอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ โดยการรวบรวมประสบการณ์สอนเด็กอ่านหนังสือออกเป็นขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนจบ และการต่อยอดหลังจากที่ลูกอ่านหนังสือออกได้

วิธีการสอนเด็กอ่านหนังสือในปัจจุบันนี้มีหลายวิธีมาก ตามนี้เลยค่ะ
วิธี whole word/sight reading or looksay method ของ Glen Doman หลักปฎิบัติอย่างย่อๆคือ ดูบัตรคำแยกเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มผลไม้ กลุ่มสัตว์ ให้ดูบัตรคำอย่างเดียว ห้ามสะกด ห้ามดูรูป ดูสามกลุ่มต่อวัน กลุ่มละห้าคำ วันละสามครั้ง แต่วิธีนี้ห้ามทดสอบ ห้ามถามว่าคำนี้อ่านว่าอย่างไร

วิธี โฟนิคส์ของ Rudolph Flecsh ผู้เขียนหนังสือ Why Johnny Can’t Read หลักการคือต้องรู้จักเสียงก่อน จากนั้นก็ผสมคำ อ่านออกเสียง เขียนคำ ห้ามเดาคำ แยกคำเป็นกลุ่มโดยดูจากเสียงสระ เช่นกลุ่ม short a เสียง เเอ๊ กลุ่ม short e เสียง เอะ วิธีนี้เน้นทดสอบไม่รู้จริงก็ต้องทำแบบฝึกหัดต่อจนอ่านได้ก่อนที่จะเริ่มกลุ่มต่อไป

วิธี whole words + Phonics ของ Larry Sanger ผู้ก่อตั้ง wikipedia (ความจริงตอนที่เราเอาวิธีเค้ามาใช้นั้นก็ไม่รู้ว่าเค้าเป็นใครเพราะเค้าใช้ล็อกอิน) วิธีนี้ ดูทั้งคำ ทั้งรูป ออกเสียงสะกดด้วย เดาคำได้ไม่เป็นไร ดูวันละครั้งสองครั้งหรือแล้วแต่สะดวก

หลังจากที่ทำความเข้าใจกับทั้งสามวิธี จขกทเลือกวิธีที่สามค่ะ เพราะเชื่อว่าถ้าเราเลือกจุดเด่นของสองวิธีแรกมาปรับใช้ให้เหมาะกับลูกเรา ผลที่ได้น่าจะดีกว่าการใช้วิธีเดียวเเบบสุดโต่ง อีกอย่างวิธี whole word มันก็มีข้อเสียคือเด็กๆที่เรียนอ่านหนังสือจากวิธีนี้บางส่วนจะอ่อนการสะกดคำ ส่วนวิธีโฟนิคส์แบบ 100% ก็คงจะไม่เหมาะกับเด็กเล็กที่อายุยังไม่ถึงขวบหรือสองขวบด้วยซ้ำ ดังนั้นวิธีที่สามน่าจะลงตัวสุดๆ

จุดเริ่มต้นของการสอน – วิธี Sight Words และสื่อที่ใช้สอน
ตอนนั้นลูกชายอายุ 15 เดือน เราเริ่มสอนด้วยวิธีการ sight words ก่อน เพราะว่าลูกยังเล็กมาก ยังพูดหรือออกเสียงไม่ได้ วิธีที่เหมาะสมที่สุดคือวิธีนี้ เราเริ่มจากการทำบัตรคำด้วยตนเอง โดยอาศัยวิธีการจากหนังสือ How to Teach Your Baby to Read ของ เกล็น โดแมน ตอนแรกที่เริ่มทำ เราเริ่มเจอปัญหาคือ ต้องเตรียมอุปกรณ์เยอะ ต้องมานั่งทำบัตรคำ จัดเก็บ และบันทึกว่าลูกดูคำไหนไปแล้วบ้าง ปัญหาหลักที่เจอคือลูกชายไม่ชอบดูบัตรคำเอาซะเลย ทั้งๆที่เราก็ทำทุกอย่างตามที่หนังสือบอกมา มีข้อมูลแน่นปึ๊ก แต่เจ้าลูกชายพอเจอบัตรคำก็จะหันหน้าหนี หรือทั้งเคี้ยว จับอม ในที่สุดก็ทำต่อไม่ไหว และต้องหาวิธีใหม่มารับมือกับลูกชาย
หลังจากได้หาข้อมูลจากเวบบอร์ด และบล็อกของแม่โฮมสคูล เราได้มาเจอเวบ
Brillkids และได้รู้จักกับโปรแกรม Little Reader นอกจากนั้นก็ดีวีดีที่เป็นที่นิยมกันคือ You Baby Can Read เราก็เปรียบเทียบโปรแกรมสองชุดนี้ แล้วตัดสินใจลงตัวกับ Little Reader เพราะว่าเป็นโปรแกรมที่ใช้ได้ไม่มีจำกัด ต่อเติม ตกแต่ง สร้างบทเรียนเองได้ ทำบัตรคำ ปริ๊นต์บัตรคำได้ และมีหลักสูตรสำเร็จรูปให้เราได้เอามาสอนลูกอีกเป็นเวลาหนึ่งปี ถ้าเราซื้อดีวีดี ลูกดูจบแล้วก็จบเลย เอาไปต่อยอดไม่ได้ เลยใช้ Little Reader แค่อย่างเดียว

ตอนแรกก็กังวลเหมือนกัน ว่าลูกยังเล็กนัก จะให้ดูคอมพิวเตอร์ได้หรือ แต่พอได้โหลดโปรแกรมมาทดลองใช้ ก็รู้ว่า ตัวบทเรียนใช้แวลาน้อยมากๆ ในหนึ่งวัน ลูกดูบทเรียนสองรอบ รอบละไม่เกินห้านาทีด้วยซ้ำ อีกอย่างจอคอมเราเป็นจอแบน อัตราการรีเฟรชสูง ทำให้มีอันตรายน้อยกว่าจอนูนแบบเก่า แถมเจ้าลูกชายก็ชอบดูโปรแกรมมากๆ หลังจากที่เมินบัตรคำ พอมาเจอ Little Reader ร้องให้ขอดู ปิดไปก็ร้องทันทีค่ะ พอให้ดูมาได้ระยะหนึ่ง ลูกชายอายุ 1.11 ขวบ ก็เริ่มอ่านคำแรกให้ฟัง ยังจำได้ดีว่า คำแรกที่ลูกอ่านได้คือคำว่า Truck พอเริ่มอ่านคำแรกได้ คำอื่นๆก็เริ่มมา พอลูกอายุ 2.2 ขวบก็เริ่มอ่านประโยคง่ายๆในบทเรียนได้
หลักสูตรของ Little Reader จะแบ่งออกเป็นสองเทอม เทอมละ 130 วัน รวมทั้งหมด 260 วัน เด็กจะเริ่มเรียนอ่านคำเดียวก่อน จากนั้นก็คำคู่ วลี ประโยค จนสุดท้ายก็เริ่มเรียนอ่านนิทาน หลักๆแล้วหลักสูตร Little Reader เป็น sight words แต่มีเพิ่มโครงสร้างโฟนิคส์ด้วย ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 21 ของหลักสูตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่น่าสนใจเพราะเด็กจะได้เรียนโฟนิคส์ไปด้วยในตัว

นี่เป็นวิดิโอลูกชายอ่านประโยคจากบทเรียน Simple Sentences ของ Little Reader ตอนอายุได้ 2 ขวบกับสองเดือนค่ะ

 

ช่วงที่สอง – เริ่มสอนโฟนิคส์
หลังจากที่ลูกดู Little Reader มาได้ระยะหนึ่ง เราก็เริ่มสอนโฟนิคส์ให้ลูก ตอนนั้นลูกชายอายุได้ 18 เดือน เริ่มชอบเลียนเสียง ทำเสียงต่างๆได้ เราเลยเริ่มสอนโฟนิคส์ วิธีสอนของเรา
เราสอนผ่านการเล่นเกม เพลง วิดิโอยูทูป และที่สำคัญที่สุดคือ ดีวีดี LeapFrog The Letter Factory เวลาที่ลูกดูดีวีดี เราจะนั่งดูกับลูกด้วยทุกครั้ง เพราะเราเองก็ไม่แม่นโฟนิคส์เท่าไหร่ พอได้ดูกับลูกก็เริ่มจำเสียงได้ จำได้พร้อมๆกับลูกนั่นเองค่ะ นอกจากจะดูดีวีดีแล้ว เรายังเล่นเกมต่อพัสเซิลกับลูก เวลาลูกต่อตัว a เราจะพูด a แอ แอ๊ปเปิล ตัว b ก็ b เบอะ บาสเก็ต ทำอย่างนี้ทุกครั้งที่ต่อตัวอักษรค่ะ แล้วก็มีร้องเพลงโฟนิคส์ จำมาจากยูทูปแล้วก็มาร้องเล่นกันสองคนกับลูกชาย ลูกชายจำเสียงตัวอักษรได้ทุกตัว เมื่อตอนอายุประมาณ 20-21 เดือนค่ะ ใช้เวลาในการสอนแค่สองถึงสามเดือนเท่านั้นเอง พอลูกเราจำเสียงได้ เราก็เริ่มสอนลูกผสมคำ เราเอาแบบฝึกหัดมาจากหนังสือ Why Jonny Can’t Read ใช้ Little Reader ทำบัตรคำแล้วก็ปริ๊นต์ออกมากให้ลูกดู แต่ค่อนข้างลำบาก เพราะลูกไม่ชอบดูบัตรคำ แถมกฎของการสอนแบบนี้ลูกต้องอ่านคำนั้นๆออกก่อนที่เราจะเริ่มให้อ่านคำใหม่ได้
ช่วงแรกที่ผสมคำ ทำไปแบบช้ามากๆ ลูกเองก็ยังพูดไม่ได้ กว่าจะผ่านได้แต่ละชุดใช้เวลาเป็นเดือนค่ะ วิธีที่เราใช้ทดสอบว่าลูกอ่านได้ไหมคือ การให้เค้าเดินไปหนิบคำที่เราต้องการทดสอบ ถ้าหยิบถูกห้าครั้งติดกัน หรือหยิบถูกทุกครั้งที่ถาม แสดงว่าอ่านได้ ก็จะข้ามไปคำต่อไป
เราทำแบบนี้มาเรื่อยๆ จนเมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ คุณ Larry Sanger ทำเวบสอนผสมคำด้วยโฟนิคส์เสร็จ เราก็เลยไม่ต้องทำบัตรคำเองแล้ว เข้าเวบนี้อย่างเดียวเลยค่ะ เวบที่ว่าคือ
Reading Bearฟรีด้วยค่ะ ดีมากๆค่ะ
ณ วันนี้ ลูกชายเราอายุ 2.11 ขวบ อ่านหนังสืออก ผสมคำเป็น แยกรหัสโฟนิคส์ได้ และคิดว่าน่าจะทำได้ในระดับเดียวกับเด็ก Grade 1 ค่ะ
วิดิโอ ลูกชายออกเสียงโฟนิคส์ตอนอายุ 1 ขวบ 8 เดือนค่ะ

 

 

ขั้นตอนสุดท้าย – อ่านหนังสือเป็นเล่มได้แล้ว
เราให้ลูกดู Little Reader ต่อมาเรื่อยๆ และในเวลาเดียวกันก็สอนโฟนิคส์ตามวิธีข้างบน ทำเรื่อยๆมาจนในที่สุดลูกก็จบหลักสูตรของ Little Reader ผลที่ได้คือ ลูกอ่านหนังสือเป็นเล่มได้แล้ว อ่านแบบอ่านได้จริงไม่ใช่จำเอาจากหนังสือที่เคยให้ฟังบ่อยๆ ลูกอ่านคำที่ไม่เคยเห็นมาก่อนได้ และตอนนี้ก็ชอบอ่านหนังสือ ทั้งชอบอ่านเองและขอให้แม่อ่านให้ฟัง
ผลพลอยได้อีกอย่างคือ Little Reader เป็นการสอนแบบแฟรช ช่วยกระตุ้นสมองซีกขวา เราคิดว่าช่วยให้ลูกเราจำอะไรได้ดีและเร็วด้วยค่ะตอนนี้เรียนจบแล้ว เราก็ยังใช้ Little Reader อยู่ เราเอามาสอนวิชาอื่นด้วย เช่นภาษาต่างประเทศ เลข ความรู้สาราณุกรม และก็การสอนอ่านภาษาไทยค่ะ เราแปลหลักสูตรเป็นภาษาไทยแล้วเอามาให้ลูกดูอีกที
ในห้องสมุดออนไลน์ของ Little Reader มีไฟล์ให้ดาวน์โหลดเป็นพันๆไฟล์ เราเลือกเนื้อหาที่เราสนใจ หรือลูกสนใจ แล้วเอามาให้ลูกดู นอกนากนี้เราก็แต่งหนังสือเอง เอาสิ่งของรอบตัวลูกมาทำเป็นหนังสือ แล้วให้ดูผ่าน Little reader ซึ่งก็เป็นการอ่านแบบขั้นสูงขึ้นมานิดเมื่อเทียบกับเนื้อหาของหลักสูตร นอกจากนี้ลูกก็ยังคงได้ดู
Reading Bear อยู่ทุกวัน เพราะเป็นขั้นต่อยอด และเริ่มผสมคำที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
ลูกชายอ่านหนังสือที่แม่ทำให้

 

ลูกชายกับบทเรียนที่ทำเองและดาวน์โหลดมาเพิ่มจากห้องสมุด Little Reader

 

ลูกชายอ่านประโยคจากบัตรคำ

 

 

ลูกชายอ่านหนังสือนิทานเป็นเล่ม

 

ข้อควรจำ

เวลาสอนลูก พ่อแม่ต้องวางความคาดหวังๆต่างๆนาๆไว้ให้หมด เพราะถ้าเราหวังเยอะ จะมีความกดดัน ลูกจะไม่สนุกเวลาที่เราสอน คิดเสียว่าเป็นการใช้เวลาสองต่อสองและเล่นกับลูก เราคิดว่าการสอนลูกเหมือนกันการกรอกน้ำลงขวด กรอกเยอะได้เยอะ กรอกน้อยไได้น้อย กรอกไม่ถูกช่องน้ำก็กระฉอก เปียกคนกรอกอีก

ฝ่ายค้านการสอนเด็กเล็กอ่านหนังสือ
เราเจอเยอะค่ะ ทั้งคนข้างกาย หรือคนรอบข้างที่ไม่เข้าใจว่าจะสอนให้อ่านไปทำไม่แต่เล็กๆ ปล่อยลูกให้เล่นๆไปเถอะ บางคนก็บอกจะเป็นไปได้เหรอเด็กเล็กอ่านหนังสือออก เป็นไปได้สิคะเราะเราเองก็อ่านหนังสืออกตั้งแต่ก่อนเข้าอนุบาลเหมือนกัน…..
บางคนก็บอกอย่าไปบังคับลูกเลย น่าสงสาร ปล่อยให้เด็กเป็นเด็ก เด็กเรียนผ่านการเล่น อ่านหนังสือออกตอนโตก็ไม่เห็นจะเเปลก เดี๋ยวเด็กก็ตามกันทันเองแหละ อ่านออกเร็วเดี๋ยวไร้จินตนาการ อย่าเลยหมอห้ามไว้ หมอบอกว่าไม่ดีต่อเด็กบ้างอะไรบ้าง บลาๆๆๆๆ
ความคิดเห็นส่วนตัวของเจ้าของกระทู้คือ เด็กเล็กๆเก่งกว่าที่เราคิดเยอะ ถ้าได้รับการสอนที่ถูกต้อง เด็กก็จะเติบโตมาเป็นเด็กที่น่ารัก มีความสุข อีกอย่างที่เริ่มสอนเร็วเพราะมันสอนง่ายค่ะ นั่งตักแม่ดูบัตรคำ ดู Little Reader หอมแก้มกัน ปรบมือ ชม หัวเราะ จั๊กจี้กัน สนุกสนาน อีกอย่างสิ่งเร้ายังน้อย ยังเดินไม่คล่องทำให้สอนไม่ลำบาก แต่พอโตมาก็ขอเล่นรถมั่ง ขอดูรถขยะมั่ง ขอดูโทมัสมั่ง เดินไปมา วิ่งเล่น กระโดด บางคนไม่เอาเลยก็มี ทำให้สอนลำบากมาก
ช่วงแรกของการสอนเป็นช่วงที่ต้องทุ่มเทหน่อย แต่พอโตมาแล้ว คุ้นเคยกับการอ่านแล้วการสอนจะง่ายขึ้น ดูบทเรียนครั้งละสามนาทีก็พอแล้ว
ตอนนี้คนใกล้ตัวหันมาให้กำลังใจแล้วเพราะเห็นว่าสิ่งที่เราทำอยู่ได้ผลจริง และลูกก็เป็นเด็กสมวัย ร่าเรืง ขี้เล่น ป่วนบ้างตามวัย

เราไม่เคยบังคับลูก ถ้าลูกไม่อยากทำก็หยุด แล้วลองใหม่ ให้ลูกเป็นผู้ตัดสินใจ เวลาสอนก็สอนด้วยความสุข สนุกสนานกระโดดโลดเต้น หอมแก้มกันมั่งอะไรมั่ง แล้วก็ถ้่าเราเริ่มสอนตอนที่เค้ายังเล็กๆ เด็กจะเริ่มคุ้นเคยกับบทเรียน และไม่จำเป็นต้องไปบังคับให้ลูกอ่านหนังสือ
สุดท้ายแล้ว ไม่่ว่าพ่อแม่จะสอนลูกอ่านหนังสือหรือไม่นั้น มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละครอบครัว ไม่ว่าจะสอนหรือไม่สอนพ่อแม่ทุกคนก็อยากให้ลูกได้ในสิ่งที่ดีที่สุดอยู่แล้ว สำหรับเจ้าของกระทู้แล้ว เจ้าของกระทู้ก็เป็นแค่แม่คนหนึ่ง ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการสอนเด็กเล็ก ถ้าเจ้าของกระทู้สามารถช่วยให้ลูกเพิ่มขีดความสามารถหรือทำทุกสิ่งได้ตามสมรรถภาพสูงสุด โดยที่ทำแล้วลูกมีความสุข สนุกสนาน เราก็จะทำทุกอย่างเต็มความสามรถค่ะ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคนที่กำลังมองกาวิธีสอนเด็กเล็กอ่านหนังสือไม่มากก็น้อยค่ะ

แอ๋ว แม่เจคอบ

 

สั่งซื้อ โปแกรม Little Reader และโปแกรมอื่นๆของ Brillkids ในราคาพิเศษสำหรับคนไทยได้ที่

www.kroopohmae.wordpress.com

โพสท์ใน เจคอบ...แบ่งปันข้อมูล | ติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , , , | 2 ความเห็น

เชิญเพื่อนๆมาร่วมสนุก…แจกหนังสือนิทานอิสปของ Brillkids ค่ะ

หลังจากที่ส่งวิดิโอเจคอบ เข้าประกวดแล้วได้รางวัลประเภทเฮฮาได้โล่ห์มาเรียบร้อย… Brillkids ใจดีให้คูปองนิทานอิสปฟรีมาหนึ่งชุด มีทั้งหมด 5 เล่ม คูปองอันนี้แลกได้ทั้งนิทานอิสปชุดที่หนึ่งหรือสอง แต่แลกได้แค่ชุดเดียวนะคะ รายละเอียดนิทานตามนี้เลยจ้ะ

นิทานอิสปชุดที่หนึ่ง
The Lion and the Mouse
The Fox and the Grapes
The Boy Who Cried Wolf
The Turtle and the Rabbit
The Fox and the Crow

prod-books-aesops-1003

นิทานอิสปชุดที่สอง
The Ant and the Grasshopper
The Goose that Laid the Golden Eggs
The Dog and the Bone
The Crow and the Jug
The Wind and the Sun

prod-books-aesops-2003

แม่เจคอบมีแล้วทั้งสองชุด เลยอยากเอาคูปองที่ได้มาชวนเพื่อนๆร่วมสนุกกัน วิธีก็ง่ายมาก แค่ลงชื่อตรงคอมเม๊นต์ แล้วจะนำเอาชื่อเพื่อนๆไปจับฉลาก หมดเขตวันที่ 19 พ.ย. นะจ้ะ

นิทานชุดนี้ ออกแบบมาเพื่อช่วนสอนเด็กอ่านหนังสือ ตัวหนังสือกับรูปจะอยู่คนละหน้ากัน ตัวหนังสือโต ภาพสีทั้งชุด คนที่มี Little Reader ก็จะได้ทั้งหนังสือและไฟล์ดิจิตอลไปดาวโหลดลงโปรแกรม Little Reader ได้ด้วย ส่วนคนที่ไม่มีก็ไม่เป็นไร เพราะก็ได้หนังสือดีๆไว้อ่านให้ลูกฟังค่ะ

ปล หนังสือฟรีนะจ้ะ แต่ว่าต้องเสียค่าจัดส่งเองค่ะ ค่าส่งไปเมืองไทยแบบธรรมดาก็ US$11.54 ค่ะ

โพสท์ใน เจคอบ...แบ่งปันข้อมูล | ติดป้ายกำกับ , | 41 ความเห็น

เจคอบวัย 2.11 ขวบ กับการได้รับรางวัลครั้งแรก

 

เมื่อเช้านี้แม่กับเเด๊ดมีเรื่องได้ดีใจ เพราะว่าเจคอบได้รับรางวัลจาก Brillkids  Party smile

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา Brillkids ได้มีการจัดประกวดวิดิโอเด็กอ่านหนังสือด้วยโปรแกรม Little Reader  แม่ได้ส่งวิดิโอที่ได้ถ่ายกันเล่นๆกับเจคอบเข้าประกวดด้วย รางวัลแบ่งออกเป็นสองประเภทคือ ประเภทอ่านดีเด่น และประเภทฮาได้โล่หฺ์…….ผลประกวดออกมาแล้ว ปรากฎว่า วิดิโอเจคอบได้รับรางวัลอันดับสองในประเภท……………………. ฮาได้โล่ห์ Hot smile ฮ่าๆๆๆๆๆ  แม่กับเเด๊ดดีใจมากๆ เพราะนี่เป็นรางวัลชิ้นแรกของเจคอบ

วิดิโอที่เราส่งเข้าประกวดคืออันนี้

ไม่รู้ว่าเมื่อเจคอบโตขึ้นจะว่าแม่หรือเปล่า เพราะคอสตูมที่ให้ใส่ส่งเข้าประกวดคือ เสื้อนอนกับกางเกงในตัวเดียว ฮ่าๆๆๆ Nyah-Nyah

นอกจากนี้ทาง Brillkids กำลังเตรียมที่จะทำ infomercial ของ Little Reader และจะออนแอร์ในอเมริกา วิดิโอของเจคอบบางส่วนอยู่ใน infomercial อันนี้ด้วย แด๊ดดี้รีบโทรบอกญาติ ทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่าจะได้ดู infomercial ตัวนั้นเมื่อไหร่ แต่ถ้าออกทีวีอเมริกา ทางฝั่งแคนาดาบ้านเราก็น่าจะได้ดูด้วย เพราะว่าตอนนี้ทีวีส่วนใหญ่ก็มาจากอเมริกาทั้งนั้น….

บันทึกไว้ให้ลูกได้อ่าน (แต่ต้องไปเรียนอ่านภาษาไทยก่อนนะลูก หุๆๆ)

รักลูกที่สุด

แม่

ที่บ้านเราที่แบรมตั้น ออนทาริโอ

โพสท์ใน Letters to Jakob | ติดป้ายกำกับ , , , , , , , | ใส่ความเห็น